[AUFic onepiece] lluvia KidXlaw (11/?)

posted on 29 Jul 2015 00:19 by selina-de-endless in Onepiece

AUFic Onepiece : lluvia

Paring : Kid X Law (Fem)

Authors : เซรินะ , SDEndless (Twitter: SDEndless)

Warning : Normal PG ใสๆ กุ๊งกิ๊งๆ

Summary : หมอสาวคนสวยกับเด็กน้อยคนเดิม เอาจริง ไม่มีใครเคยบอกว่าวันที่ฝนตก แรงดึงดูดมันจะเยอะขนาดนี้ *-*

 

ตอนที่แล้ว

 

----------------------------------------

 

 

 

 

 

When you find someone who can make you mad but happy.

Stop the search and take the risk.

 

 

 

 

 

 

 

 

            เขารู้ว่าการสารภาพรักในขณะที่อีกฝ่ายไม่ได้ยินนี่มันโคตรจะอ่อนหัด

 

            ในหัวของ ยูสทัส คิด มีแต่เรื่องนี้วนเวียนอยู่ตั้งแต่วันที่เขาคืนดีกับลอว์ และเขาหงุดหงิดมากที่พูดซ้ำสิ่งเดิมไม่ได้ แม้จะพยายามอยู่หลายวันแล้วก็ตาม

 

            “หมอ... คือว่า...” เย็นวันหนึ่ง อากาศหนาวจนต้องพันผ้าพันคอหนาๆก่อนมุ่งหน้ามาเคาะหลังประตูคลินิกตามเวลาเดิม หิมะตกปรอยๆหลังจากเจ้าของคลินิกคนเดิมเปิดประตูให้ เธอเลิกคิ้วรอฟังคนที่อ้าปากกะจะบอกบางอย่าง

 

            “โฮ่ง!” ไม่ทันจะบอกอะไร ร่างขาวๆปุกปุยก็กระโจนเข้าชาร์จเต็มแรงจนคิดเกือบรับไม่ทัน เพื่อนหน้าขนตัวเดิมระริกระรี้ยื่นหน้าแลบลิ้นเลียหน้าขาวๆที่แทบทรุดหมดแรง

 

            อุตส่าห์เตรียมใจตั้งนาน!

 

            “เบโปะ! บอกแล้วไงว่าอย่ากระโจน"

 

            “น่า อย่าดุหมา” พูดจบก็ได้แต่กัดปากน้ำตาซึม โรคทาสหมาทำให้เขาต่อว่าเบโปะอย่างเต็มปากเต็มคำไม่ได้

 

            ยกแรก โดนหมาขัดจังหวะ

 

            “หมอ... ผม...” หลังจากเล่นกับเบโปะจนเจ้าหมาพอใจ เขาปล่อยให้มันเดินนำเข้ามาข้างในคลินิก พักนี้อากาศเย็น สถานที่นัดพบระหว่างเขาสองคนจึงต้องเปลี่ยนไปเล็กน้อย ผนังสี่ด้านด้านในอาคารนอกจากมันจะกันลมหนาวได้แล้ว ฮีทเตอร์ที่เปิดไว้ยังทำงานได้ดีจนไม่อาจปฏิเสธได้ทีเดียว แต่…

 

            “โทราโอะ~ น้ำมูกไหลง่าาาา ดูซี่ๆ” ร่างผอมของเด็กหนุ่มผมดำทำหน้าทำตาเปื่อยสนิทผลักประตูหน้าพุ่งเข้ามาหาคุณหมอตระกูลดี.

 

            “แค่เป็นหวัดน่ะ เอายาแก้หวัดไปกินแล้วกลับบ้านไปซะลูฟี่" อันนี้เขาสามารถออกอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่มันได้ แต่ไม่ใช่ในช่วงเวลาที่เขารู้สึกเหมือนถูกคุณหมอลืมไปชั่วขณะ

 

            ยกสอง โดนไอ้คุณญาติปัญญานิ่มขัดจังหวะ

 

           “หมอ! ฟังผมนะ!...” บรรยากาศจะเป็นอย่างไรก็ช่าง เขาไม่สนใจแล้ว!

 

            “หมอคร้าบ พรุ่งนี้ผมขอเข้างานสายๆหน่อยนะคร้าบ” ชาจิชะโงกหน้าเข้ามาถามเหมือนเดินผ่านหน้าประตู
 แล้วจู่ๆพระเจ้าก็ดลใจให้ผู้ช่วยหนุ่มนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องไปทำ และเขาต้องขออนุญาตหมอเสียเดี๋ยวนั้น คิดหันไปแยกเขี้ยวใส่ดุๆ “ชะอุ่ย… เอาไว้ตอบผมทีหลังก็ได้ครับ”

 

            ยกสาม โดนชาจิขัดจังหวะ

 

            ว้อยยยย!!! วันนี้มันวันบ้าอะไรวะ!!!

 

            คิดทำหน้าเหมือนจะข่วนผู้โชคร้ายสักคนเสียให้ได้ ทำเอาผู้ช่วยหนุ่มต้องจรลีลี้ภัยหลังจากเจรจาธุระกับเจ้านายของตนเสร็จ แต่มันก็ทำเอาคนพยายามสารภาพรักหมดอารมณ์ไปถนัด คิดยกมือขึ้นเสยผมล้มเลิกความตั้งใจอย่างหงุดหงิด วันนี้อาจไม่ใช่วันของเขา เขาควรไปตั้งหลักมาใหม่

 

            “ไหน? ตกลงว่าคุณจะพูดอะไร?” ก่อนจบวันนั้นด้วยการก้าวเท้าออกจากประตู เจ้าของคลินิกคนสวยก็กอดอกเอียงคอทักขึ้น เปิดโอกาสให้คนที่กำลังเคี้ยวฟันอารมณ์บูดหันขวับกลับมาอ้าปากพูด แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจนลอว์เลิกคิ้วเชิงถาม

 

            โธ่ถัง พอถึงเวลาก็ดันพูดไม่ออก...

 

            “เฮ้อ...” คิดถอนหายใจเฮือกใหญ่ “วันอาทิตย์นี้ว่างไหม ไปหาอะไรกินกัน”

 

            ขอแก้เฟลสักมื้อ ถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้มารับรู้ด้วยว่าเขาเฟลอะไรก็เถอะ

 

            พลันสิ้นคำ ทุกอย่างเงียบลงจนได้ยินแต่เสียงลมหวีดหวิวนอกประตู และคนเอ่ยปากชวนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า… นี่เหมือนเขากำลังชวนอีกฝ่ายออกเดตอยู่นี่หว่า

 

            เยี่ยม ค่อยรู้สึกดีกับตัวเองขึ้นมาหน่อย…

 

            ลอว์เงียบไปนานมากเหมือนสติหลุดกลางคัน แพขนตาหนากระพริบถี่ๆก่อนเธอจะนึกขึ้นได้ว่าควรตอบเด็กหนุ่มก่อนเขาจะออกอาการแพนิค

 

            “วันอาทิตย์นี้ไม่ว่างน่ะ”

 

            เหมือนฟ้าผ่าลงกลางศีรษะตอนกลางวันแสกๆ เจ็บยิ่งกว่าโดนขัดจังหวะเสียอีก

 

            “ต้องพาเบโปะไปตัดขน”

 

            ตามด้วยพายุหิมะพัดแรงจนหนาวเยือกจับขั้วหัวใจ แต่สายลมบาดผิวไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้น มันคือลมจากด้านนอกที่พัดเข้ามาตามประตูที่เปิดค้างไว้ต่างหาก อนาถกว่าเดิมสิบเท่า

 

            “...อยากไปด้วยกันไหม?”

 

            แล้วจู่ๆก็เหมือนกลับกลายเป็นทุ่งดอกไม้บานสะพรั่ง เด็กหนุ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัดถึงแม้ว่าจะกำลังยืนหันหลังให้กับลมหนาวก็เถอะ

 

            “แน่นอน ฟังดูน่าสนุก” ด้วยความเป็นคนรักหมา คิดออกจะสนอกสนใจการไปตัดขนสุนัข มันทำให้เขาผลักเรื่องเดตที่โดนปฏิเสธไม่มีชิ้นดีทิ้ง มองในแง่ดี ถ้าได้ใช้เวลากับหมอสาวในวันอาทิตย์พ่วงด้วยการไปเล่นหมาล่ะก็ มันพอชดเชยได้อยู่ เมื่อนัดแนะเรียบร้อย เด็กหนุ่มผมแดงก็บอกลาตามปกติ เขารู้สึกแปลกนิดหน่อยกับเหตุการณ์ที่เรียบง่ายกว่าที่คิด แต่ต้องยอมรับว่าการฝืนพูดมันก็ออกจะไม่เป็นตัวเขาเอาเสียเลย

 

            บางทีถ้าเขารอไปอีกหน่อย… หาจังหวะดีๆแล้วปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติก็ดีเหมือนกัน

 

            “คุณยูสทัส” เสียงหวานรั้งเรียกไว้ แผ่นหลังกว้างหันกลับมาเลิกคิ้วต่างคำถาม เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะออกปากถามตรงๆ “นี่เป็นเดตรึเปล่า”

 

            สรรพสิ่งเงียบลงอีกครั้ง คำถามยิงเข้าเป้ากลางใจนั้นมันทำให้เขาคล้ายจะเป็นบ้า แต่ต้องขอบคุณความตรงไปตรงมาของอีกฝ่ายที่ทำให้เขากลับมาทำตัวปกติได้อย่างไม่ยาก

 

            ก็นั่นน่ะสิ… เขาจะมัวทำตัวเป็นคนอื่นทำไม ไม่ได้เข้าท่าเลย เด็กหนุ่มผมแดงคิดพลางส่ายหัวยิ้มๆ

 

            “คุณยอมให้เป็นไหมล่ะ”

 

            และยิ้มกว้างขึ้นจนตาหยีเมื่ออีกฝ่ายหลบตาเหมือนทนเก็บสีหน้าต่อไปไม่ไหว หลังจากบานประตูปิดลง รอยยิ้มบนดวงหน้าคมก็ยังหลบให้หายไปไม่ได้ เขาจึงต้องทนปวดแก้มปวดกรามต่อไปตลอดการเดินกลับ

 

 

            ริมฝีปากบางขบแน่นและคลายออก ลอว์ก้มหน้าก้มตาเดินมาที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าคลินิกในขณะที่ชาจิและเพนกวินกำลังผลัดกันเปิดแฟ้มเอกสารออกอ่าน ทั้งคู่แสร้งทำเป็นไม่สนใจอาการงุ่นง่านของเจ้านายสาว

 

            ปัง!

 

            ฉับพลันมือเรียวตบโครมหน้าเคาน์เตอร์ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งโหยง “อย่าบอกเรื่องนี้กับดอฟฟี่ เด็ด-ขาด!

 

            “ค... ครับ!” ทั้งคู่ตอบพร้อมเพรียงอย่างนึกขนลุกกับสายตาขู่ฟ่อ ก่อนคนสั่งจะหน้าแดงเห่อจนต้องหมุนตัวหนีกลับเข้าห้องตรวจไป เมื่อพ้นสายตาของหล่อนชาจิกับเพนกวินจึงได้แต่มองหน้ากันและสรุปเรียบร้อยก่อนกลับไปจัดเอกสารตามปกติ “แปลว่ายอมให้เป็นเดตสินะ”

 

 

            ช่วงสายของวันอาทิตย์ หนึ่งชายหนึ่งหญิงและหนึ่งหมาพากันมาที่ร้านดูแลสุนัขของอีวานคอฟ แค่ป้ายชื่อร้านแสนฉูดฉาดก็บอกอะไรได้หลายอย่างเหลือเกิน เด็กหนุ่มชักไม่มั่นใจที่จะเดินเข้าไปเสียแล้วสิ

 

            “คุณแน่ใจนะว่ามาถูกร้าน หน้าร้านเหมือนบาร์กระเทยเลย” ลอว์ดูไม่แปลกใจเท่าไหร่กับคำวิพากย์วิจารณ์ เธอตีหน้าเอือมระอาพลางปลอบเสียงอ่อน

 

            “น่า อินาซุมะฝีมือดี อีกอย่างอีวาซังก็คิดราคาไม่แพงด้วย” คนพูดผลักประตูจูงเบโปะเข้าไป มันส่ายศีรษะไปมาอย่างไม่เห็นด้วยกับการเข้าไปในนั้นเสียเท่าไหร่จนกระทั่งเจ้านายของมันกระดิกนิ้วชี้สั่งเข้มงวด มันถึงได้ยอมก้าวเท้าเข้าร้านไป คิดตามมาเป็นคนสุดท้ายก่อนจะเป็นคนปิดประตูให้ ตอนที่ได้ยินเสียงวี้ดว้ายทุ้มต่ำจนน่าขนลุกดังขึ้น

 

            “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคุณหมอ เจ้าหมีขาวของฉันได้เวลาแต่งหล่อแล้วสินะ” ชายล่ำสันทำผมทรงแอฟโฟร่สีม่วงแสบตาเป็นเจ้าของเสียงที่ทักขึ้น เขามีแพขนตาหนาเป็นยวงสุดโดดเด่นที่เป็นที่มาของโลโก้บนป้ายร้าน ทำให้คิดเดาคร่าวๆว่าคนนี้คงจะเป็นเจ้าของร้าน พอเห็นตัวจริงกับเสื้อผ้าแฟชั่นสุดรัดรูปทำเอาหายสงสัยว่าทำไมป้ายร้านถึงได้ดูล้ำขนาดนั้น นอกจากนั้นเบโปะยังส่งเสียงครวญครางเหมือนจะประท้วงไม่ชอบใจอีกต่างหาก แต่ไม่มีใครสนใจมัน “แล้ววันนี้พาบอยที่ไหนมาด้วยกันล่ะนั่น?”

 

            “คือว่า...” ลอว์กำลังคิดหาคำตอบดีๆตอบอีวานคอฟ คำตอบมันค้างอยู่แค่นั้นเมื่อโดนขัดจังหวะโดยอีกเสียงหนึ่ง

 

            “คุณหมอคนสวยคร้าบบบบบ~!!!” ชายผมทองร่างผอมสูงหมุนตัวตาหยาดเยิ้มมาหยุดคุกเข่าอย่างมากท่าแทบเท้าลอว์ ในปากคาบก้านกุหลาบที่ไม่รู้ไปเอามาจากไหนก่อนช้อนสายตาระยิบระยับมาให้เธอ “อา... มาดมัวแซว วันนี้ก็ยังงดงามเหมือนเดิม”

 

            “ประเดี๋ยวสิเฮ้ย!” ก่อน ‘มาดมัวแซวคนงาม’ จะได้โต้ตอบอะไร ไหล่บางของเธอก็ถูกรั้งกลับมาอยู่ด้านหลังชายที่เธอพามาด้วย ใบหน้ากร้านเปลี่ยนอารมณ์เป็นหงุดหงิดเหมือนภูเขาไฟใกล้ระเบิดทันทีที่เห็น ‘ซันจิ’ เด็กพาร์ทไทม์ของร้าน หรือที่คิดรู้จักในฐานะของเพื่อนเจ้าหมวกฟางลูฟี่ และที่แปลกก็คือเขาคิดว่าควรเห็นคนๆนี้ทำพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารมากกว่าจะมาทำที่ร้านตัดขนสุนัขน่ะสิ “แกมาทำอะไรที่นี่วะขาดำ”

 

            “เฮ้ย! แกมัน ยูสทัส คิด ไอ้เถื่อนอย่างแกทำไมถึงมากับคุณหมอได้ฟะ!” ซันจิทะลึ่งตัวพรวด จากปฏิกิริยาแล้วทำเอาลอว์สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ล่วงหน้าไปหลายฉากได้เลยทีเดียว เสียงกัดฟันกรอดดังขึ้นเหมือนเสียงคำรามแฮ่ฮึ่มของหมาบ้าสองตัว แต่ก่อนจะตีกัน อีวานคอฟก็เป็นคนเข้ามาห้ามทัพโดยการปรบมือหนึ่งทีเพื่อเรียกความสนใจ

 

            “เอาล่ะ บอยส์! ต่อหน้าสุภาพสตรีอย่าทำตัวเป็นลิงเป็นค่างกันสิ ให้เกียรติผู้หญิงคนเดียวในร้านหน่อย”

 

            “ขอบคุณ” ลอว์พึมพำเบาๆก่อนจะเริ่มคุยธุระเมื่อคนที่กำลังจะกัดกันยอมสงบลงเล็กน้อย “อินาซุมะอยู่ไหม?”

 

            “อยู่สิ หลังร้านน่ะ จะไปตามมาให้นะ...”

 

            “ไม่ต้องหรอก คือฉันจะฝากเบโปะไว้หน่อยน่ะ เดี๋ยวมารับ” อีวานคอฟพยักหน้ารับรู้ ในขณะที่คิดกลับกลายเป็นคนที่ทำหน้าประหลาดใจเสียแทน เขานึกว่าเขาต้องมานั่งรอเบโปะที่ร้านตัดขนจนกว่าจะเสร็จเสียอีก ไม่คิดว่าจะต้องไปไหนต่อ แต่หมอสาวจัดการตัดบททั้งหมดโดยการฝากเบโปะไว้กับอีวานคอฟแล้วลากเขาออกมาจากร้าน

 

            “คุณจะพาผมไปไหน?” เขาหยุดยืนถามหน้าร้าน

 

            “คุณต้องเป็นคนพาฉันไปต่างหาก”

 

            “หือ?”

 

            “ไป