[AUFic onepiece] lluvia KidXlaw (10/?)

posted on 04 Jul 2015 22:32 by selina-de-endless in Onepiece

 

AUFic Onepiece : lluvia

Paring : Kid X Law (Fem)

Authors : เซรินะ , SDEndless (Twitter: SDEndless)

Warning : Normal PG ใสๆ กุ๊งกิ๊งๆ

Summary : หมอสาวคนสวยกับเด็กน้อยคนเดิม เอาจริง ไม่มีใครเคยบอกว่าวันที่ฝนตก แรงดึงดูดมันจะเยอะขนาดนี้ *-*

 

ตอนที่แล้ว

------------------------------

 

 

 

 

 

Don’t let your guard down

I don’t want anyone know how you are cute

 

 

 

            “อือ...” เสียงหวานครางครือในลำคอ จมูกรู้สึกถึงกลิ่นเหม็นไม่พึงประสงค์ ตามเนื้อตัวก็ครั่นไม่สบายตัวไปหมด ส่งผลให้ต้องทำใจลุกขึ้นทั้งๆที่เวียนหัวแทบตาย ทัศนียภาพรอบตัวคือห้องที่คุ้นเคยของตัวเธอก็จริงแต่ในใจยังคงเกิดคำถามมากมายที่ยังหาคำอธิบายไม่ได้จากความทรงจำที่ขาดช่วง ตอนนั้นเองที่หูได้ยินเสียงใครบางคนกำลังจัดการกับเครื่องครัวในห้องเธอ คนเพิ่งได้สติจึงเดาว่าคงจะเป็นชาจิ “ชาจิ ขอน้ำหน่อยสิ...”

 

            เงาเบลอๆของผู้ชายตัวสูงโผล่เข้ามาตรงกรอบประตูห้อง ลอว์เวียนหัวเกินกว่าจะมองให้ชัด วิสัยทัศน์เห็นเป็นแก้วน้ำเอียงๆในมโนภาพยื่นมาให้ เธอประคองแก้วดื่มตามสัญชาตญาณ

 

            “ดีขึ้นรึยัง” เสียงทักไม่ใช่ของชาจิหรือเพื่อนพยาบาลในทีมของเธอ แต่ลอว์จำได้ขึ้นใจว่ามันเป็นเสียงของใคร

 

            “แค่กๆ!!” สาวเจ้าสำลักด้วยความตกใจ ได้ยินคนเอาแก้วมาให้ถอนหายใจแล้วดึงแก้วไปจากมือพลางช่วยลูบแผ่นหลังให้ แต่เจ้าหล่อนกลับขยับหนีสุดตัวทั้งๆที่สุดเตียงแคบๆก็มีแค่ผนังทึบตันเท่านั้น มือบางกอบโกยผ้าห่มขึ้นคลุมสภาพไม่เรียบร้อยของตนสูงถึงอก “คุณ!? ทำไมมาอยู่ที่นี่”

 

            “ผมพาคุณกลับมา”

 

            หะ!?

 

            ลอว์หัวหมุนหนักกว่าเดิม โอเค เธอจำได้ลางๆว่าเมื่อคืนเธอไปเดิมที่ชาบอนดี้ตามคำเชิญของแช็กกี้ พูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะดื่มจนเพลินปาก หลังจากนั้นชาจิกับเพนกวินก็ตามมา มีเรื่องกับวัยรุ่นชายและคนสุดท้ายที่โผล่มาคือคนตรงหน้า แล้ว… แล้ว… แล้วอะไรอีก?

 

            โอเค มีสติ... มีสติ... เสื้อผ้าเธออยู่ครบ เสื้อผ้าคนตรงหน้าก็อยู่ครบ แม้เธอจะโทรมและมีร่องรอยช้ำๆไปบ้างแต่ไม่ใช่รอยโดนละเมิดร่างกายแน่นอน

 

            “ฉันไม่ได้โดนใครปล้ำใช่ไหม” ลอว์ถามช้าๆตรงๆ นึกกลัวคำตอบในใจอยู่ไม่น้อย

 

            “คุณน่าจะรู้นะ คุณเป็นหมอนี่ แต่ถ้ายังตื่นไม่เต็มตาผมช่วยยืนยันให้อีกเสียงก็ได้ …ใช่ คุณปลอดภัย”

 

            หญิงสาวถอนหายใจเหมือนเพิ่งผ่านห้องเรียนชันสูตรครั้งแรกมาก็ไม่ปาน “เกิดอะไรขึ้น”

 

            “คุณเมาเหมือนหมา”

 

            แย่

 

            “ชูนิ้วกลางใส่ชาวบ้าน”

 

            แย่มาก... มือเรียวแต่งด้วยรอยสักกุมขมับเครียดๆ

 

            “อ้วกแตกหน้าอพาร์ทเมนท์ตัวเองตอนตีสอง”

 

            บัดซบโคตรๆ...

 

            มือเรียวยกขึ้นปิดหน้าอย่างละอาย “ไม่ต้องเล่าแล้ว...”

 

            “เดี๋ยว” คิดลากเสียงยาวกึ่งเอือมกึ่งบังคับ ไอ้สามข้อแรกน่ะไม่เท่าไหร่ ข้อสำคัญที่เขาต้องเตือนอีกฝ่ายคือ “เมื่อคืนคุณเกือบโดนลากไปทำมิดีมิร้ายอยู่แล้ว และถ้าผมไปช้าอีกนิดไอ้หน้าตัวเมียนั่นมันตบคุณหน้าหันแน่ๆ” ดวงตาคมดุจ้องสบตาด้วยอย่างแน่วแน่ เสียงทุ้มสั่นพร่าด้วยความโกรธเกรี้ยว แม้ว่าเดิมที ยูสทัส คิด จะเป็นคนอารมณ์ร้ายอยู่แล้ว แต่หญิงสาวไม่เคยเห็นใบหน้าน่ากลัวขนาดนี้ของเด็กหนุ่มมาก่อน ประกอบกับข้อหาเก่าก่อนหน้านี้ทำเอาลอว์ตัวลีบลงอย่างรู้สึกผิด “แต่… คุณคงจำไม่ได้”

 

            “เปล่า จำได้” มือที่พยายามปกปิดสีหน้าลดลงในที่สุด ดวงหน้าหวานเรียวก้มต่ำพึมพำ “จำได้ว่ากำลังจะถูกซัด แล้วก็จำได้ว่าคุณชกไอ้เวรนั่นซะหน้าหงาย จำได้แค่นั้น” ตลอดเวลาที่พูดลอว์ไม่กล้าสบตา แม้ว่าคิดจะพยายามจะอ่านสีหน้าอยู่ก็ตาม และเขาคิดว่ามันอาจจะเป็นเพราะเรื่องก่อนหน้านี้ด้วยที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด

 

            หมอยังโกรธเขาอยู่สินะ…

 

            คิดถอนหายใจ เขาตั้งมั่นมาตั้งแต่พาร่างบางกลับว่าจะต้องคุยกันให้รู้เรื่องเสียที “เราไม่ควรโกรธกันมากไปกว่านี้ หมอ ผม...”

 

            “ฉันขอโทษ”

 

            ใช่ๆ ผมขอโทษ… เดี๋ยวนะ?

 

            อีกฝ่ายชิงพูดขึ้นก่อนคิดจะจบประโยคด้วยคำๆเดียวกัน “ฉันขอโทษเรื่องก่อนหน้านี้... ขอโทษเรื่องเมื่อคืนนี้ด้วย” หมอเล่นชิงพูดก่อนทำเอาเขาไปไม่ถูก ได้แต่อ้าปากค้างพลางฟังอีกคนขอโทษตัวเขาด้วยน้ำเสียงจ๋อยสนิทต่อไป “ฉันรู้ว่าผิด เมื่อคืนก็ไม่ได้โมโหหรือประชดอะไรหรอก แค่... อยากเมา”

 

            เมาให้ลืม จะได้ไม่รู้สึกผิด

 

            เมาให้ลืม จะได้ไม่ต้องตอกย้ำว่าตัวเองโง่มากแค่ไหน

 

            กลับกลายเป็นว่ามันยิ่งทำให้เรื่องมันแย่ลงและตัวเองดูงี่เง่าขึ้นไปอีก

 

            ไหล่เล็กลู่ลง “ขอโทษที่ทำให้ลำบาก...”         

 

            “ได้ ผมยกโทษให้” ดวงตาใสแจ๋วเงยขึ้นราวกับไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะง่ายดายขนาดนี้ คนอย่างยูสทัส คิดดูไม่น่าจะใช่พวกที่อภัยให้ใครง่ายๆ ชายหนุ่มทั้งเจ้าคิดเจ้าแค้น ทั้งโผงผางหยาบกระด้าง แต่ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาคิดไม่ขึ้นเสียงใส่เธอสักคำ

 

            แต่เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นฝ่ายเอ่ยขอโทษเธอก่อนตั้งแต่เมื่อคืน แน่นอนว่าความโกรธที่มีก็หายไปตั้งแต่ตอนนั้นนั่นแหละ

 

            “พูดจริง?” แน่นอนว่าคนที่เพิ่งสร่างเมาไม่มีทางรู้ว่าเมื่อคืนเด็กหนุ่มพูดอะไรออกมา

 

            “ผมเคยโกหกคุณที่ไหนกันล่ะ” ไหล่หนายักขึ้นเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ที่ทำให้ลอว์เลิกโต้แย้งสับสนคือคำพูด เพราะเมื่อคราวก่อนที่เด็กหนุ่มมาเยือนที่นี่ เขาก็พูดคำนี้ และมันทำให้เธอหน้าร้อนเห่อเหมือนเดิม ยิ่งตอนที่ร่างสูงหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงเดียวกับเธอยิ่งทำเอาคนเพิ่งคืนสติทำอะไรไม่ถูก "ผมขอโทษที่เดินออกมาวันนั้น ที่จริงผมอยากอยู่ด้วย ไม่สิ… ผมควรจะอยู่”

 

            ลอว์รู้ว่ามันหมายถึงวันไหน มันคือวันที่เขาและเธอเริ่มทำตัวไม่มีเหตุผลใส่กันจนทะเลาะเลยเถิดมาจนถึงเมื่อคืน และมันทำให้เธอรู้สึกผิดสุดๆ ดวงตาสีเทาพยายามเอียงสบอย่างหวังว่าเขาจะเลิกทำหน้ารู้สึกผิดเสียที “นั่นเป็นเพราะฉันพูดไม่ดีใส่คุณ…”

 

            “แต่คุณกำลังมีปัญหา” ดวงตาสีเพลิงจ้องสบตอบจริงจังราวกับว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตของเขา น่าแปลกที่ลอว์เข้าใจความรู้สึกนั้น เพราะตลอดเวลาที่เธอไม่ได้พูดขอโทษ ตลอดเวลาที่ปล่อยให้มันเรื้อรังค้างคา เธอรู้สึกว่าปัญหานี้มันกัดกินเธอเช่นกัน

 

            แต่ตอนนี้หายโกรธเป็นปลิดทิ้ง ไม่รู้สึกผิดแล้วด้วย

 

            …ตอนนี้รู้สึกอุ่นใจ…

 

            “งั้นก็เจ๊ากันกับเรื่องเมื่อคืน” ถึงไม่ต้องส่องกระจกเธอก็รู้ตัวว่าตัวเองไม่สามารถกลั้นยิ้มอีกต่อไปได้

 

            “ตราบที่คุณปลอดภัย ผมโอเคก็ได้” เขามองตาของเธอ วงหน้า จนไล่มาถึงเรียวปากบ