[AUFic onepiece] lluvia KidXlaw (9/?)

posted on 23 Jun 2015 22:22 by selina-de-endless in Onepiece

AUFic Onepiece : lluvia

Paring : Kid X Law (Fem)

Authors : เซรินะ , SDEndless (Twitter: SDEndless)

Warning : Normal PG ใสๆ กุ๊งกิ๊งๆ

Summary : หมอสาวคนสวยกับเด็กน้อยคนเดิม เอาจริง ไม่มีใครเคยบอกว่าวันที่ฝนตก แรงดึงดูดมันจะเยอะขนาดนี้ *-*

ตอนที่แล้ว

 

---------------------------

 

 

 

I love your tender eyes.

They always look only at me.

 

 

            อื้อหือ... ไอ้แจ่มมันก็แจ่มอยู่หรอกนะ

 

            สองผู้ช่วยมองร่างสะโอดสะองอยู่ในชุดกระโปรงสั้นปาดไหล่เฉียงสีพีชนวลตายืนอยู่ตรงหน้า สัดส่วนโค้งเว้าถูกเน้นด้วยแนวเนื้อผ้าเข้ารูปพอดีร่าง สีของมันเข้าโทนกับต่างหูคู่ประจำและรองเท้าส้นสูงสีเดียวกัน เครื่องสำอางที่ปัดแต่งบนใบหน้าก็เน้นให้เจ้าตัวดูสวยคมโฉบเฉี่ยวขึ้นไปอีก มือเรียวกรีดผ่านปอยผมสีเข้มเงางามขึ้นทัดหูพลางส่งยิ้มหวานมาให้จนน่าขนลุก เป็นลูกน้องใต้บังคับบัญชามานาน พวกเขารู้ว่านั่นไม่ใช่ยิ้มหว่านเสน่ห์หรืออารมณ์ดีเต็มเปี่ยมใดๆทั้งสิ้น

 

            มันคือยิ้มเผด็จการ...

 

            “คืนนี้จะไปเที่ยวน่ะ”

 

            “ค... ครับ?” เขาทั้งสองคนรับคำงงๆ

 

            “ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ!”

 

            ก็ยังดีที่ไม่อุตริไปคนเดียวล่ะนะ!

 

 

            แสงสีของสถานเริงรมย์ยามค่ำคืนเป็นสิ่งมอมเมาไม่ต่างจากเหล้ารสแรง แค่ก้าวเท้าผ่านหน้าประตู เสียงเพลงที่ก้องกระหึ่มเข้าหูก็เหมือนหมัดหนักๆที่ซัดเข้าสีข้าง ความมึนตึงในวินาทีแรกค่อยๆเปลี่ยนเป็นความชินชาและในที่สุดลอว์ก็ทิ้งความมึนตึงไว้เบื้องหลังและบอกกับตัวเองว่าช่างหัวมันเช่นเดียวกับทุกคนที่เข้ามา ร่างระหงเดินเลียบด้านหลังฝูงชนที่กำลังเข้าไปอออยู่หน้าดีเจ ไปยังมุมหนึ่งนอกฟลอร์เป็นที่ตั้งของบาร์เหล้า เคานท์เตอร์กับเก้าอี้ทรงสูงเรียงกันยาวล้อมพื้นที่เป็นทรงสี่เหลี่ยม ที่นั่งส่วนใหญ่มีคนมาจับจองแล้ว แต่ลอว์ยังพอหาที่ของตัวเองได้ไม่ยากเท่าไหร่

 

            "โอ้ เธอมาแล้ว" เจ้าของไนท์คลับผู้มักจับจองดูแลพื้นที่ในส่วนของบาร์เหล้าเป็นส่วนใหญ่ทักขึ้น นัยน์ตาสีเข้มปนเปื้อนแสงสีพริบพราวจากในคลับไล่สายตามองแขกพิเศษตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มกว้างอย่างถูกใจ "คืนนี้เธอเด่นมากเลยนะทราฟาลก้าจัง ฉันล่ะดีใจจริงๆที่เธอไม่ใส่ชุดกราวมาน่ะ"

 

            "ฉันไม่เนิร์ดขนาดเที่ยวคลับไม่เป็นเสียหน่อย" คุณหมอคนสวยบอกปัดก่อนจะหย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้ทรงสูง แช็กกี้เสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มพิเศษโดยไม่ถามความเห็นเธอ ก่อนจะเท้าแขนยื่นหน้ามาใกล้

 

            "แล้ว… ตกลงว่าเกิดอะไร?"

 

            ลอว์มองผิวของเหลวสีอำพันในแก้วอยู่สักพักเหมือนกำลังลำดับเหตุการณ์ในหัวก่อนจะเริ่มเล่าว่าเธอเจอกับ ยูสทัส คิด ได้อย่างไร ยกเว้นตอนที่เด็กหนุ่มไปส่งเธอที่อพาร์ทเมนท์วันที่พายุเข้ากับตอนที่ทะเลาะกับดอฟฟี่ ช่วงนั้นเธอก็เล่าข้ามๆ ไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียด แต่สายตาของแช็กกี้กลับแพรวพราวขึ้นเหมือนถูกใจของเล่นใหม่

 

            "สรุปคือเธอไปทำปากเก่งจะไล่เขา เขาเลยโกรธ?"

 

            "เขามันงี่เง่า"

 

            "เธอก็เหมือนกันนั่นแหละ"

 

            "แช็ก!"

 

            "ถ้าเธอไม่สนใจเขาจริงก็ปล่อยเขาไปสิ" คนกลุ้มใจหน้างอลงเหมือนจะเถียงว่าเธอไม่ได้อยากทำอย่างนั้นเสียหน่อย และแช็กกี้หลิ่วตาใส่เหมือนอ่านใจออก "ไปขอโทษเขาสิจ๊ะ เขาบอกชัดเจนนี่ว่าแค่อยากให้ขอโทษเอง"

 

            "แต่..."

 

            "ไม่งั้นเธอจะทนได้เหรอ ถ้าเขาไม่กลับมาจริงๆน่ะ"

 

            คนปากแข็งจุดจนพูดไม่ออกเมื่อโดนที่ปรึกษาสวนกลับมาด้วยเหตุการณ์สมมติที่เธอเองก็มีคิดๆไว้บ้าง แค่มันถูกปัดประเด็นลงเสมอเพราะเธอไม่ยอมรับมัน

 

            “ถ้าคุณไม่อยากคุยกับผมก็ตามใจ ผมจะไม่ยุ่งกับคุณอีก”

 

            ถ้าเชื่อความรู้สึกแรก เธอบอกได้เลยว่ามันจะต้องปวดใจมากถ้าอีกคนเกิดไม่มาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆเหมือนอย่างเก่า

 

            แค่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะทำอย่างไรนอกจากกระดกแก้วตรงหน้าให้หมด จากนั้นก็ขอต่ออีกแก้ว และอีกแก้ว และอีกแก้ว

 

 

            
"คุณลอว์ครับ กลับบ้านกันเถอะครับ" เพนกวินทำหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นคนถูกเตือนกระดกแก้วของเหลวรสชาติแรงเข้าปากอีกรอบเหมือนประชดใส่ เขาไม่เคยเห็นคุณหมอคนสวยเมาเละมาก่อน อันที่จริงหมอลอว์ไม่เคยดื่มเหล้าด้วยซ้ำ ถ้าจะมีจิบๆตามงานเลี้ยงก็ยังสั่งแค่ไวน์

 

            "ม่ายยย!! ฉันยังไม่อยากกลาบ" ร่างบางบนเก้าอี้ทรงสูงเอนไปมาเหมือนทรงตัวไม่อยู่ ร้อนถึงพวกเขาต้องมานั่งคั่นไม่ให้เจ้าตัวร่วงจากเก้าอี้ไปจริงๆ

 เพนกวินและชาจิแวะไปฝากเบโปะไว้กับเพื่อนบ้าน ก่อนจะมาถึงตอนที่แช็กกี้ขอตัวไปทำหน้าที่ในร้าน
และฝากให้ทั้งสองคนดูแลคุณหมอสาวแทน แต่จากภาพบอกได้คำเดียวว่า ‘เมาเละ’

 

            "คุณหมอคร้าบบบ ได้โปรดเถอะคร้าบบบ" ชาจิโอดครวญ เขาไม่อยากอยู่ที่นี่นานเพราะตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าร้านก็รู้สึกได้ว่ามีสายตาเสือสิงห์จับจ้องมาตลอด และพอหมอลดการป้องกันตัวลงมันก็ชักจะอันตรายมากขึ้นทุกที

 

            ชาจิกับเพนกวินมองหน้ากันพลางปรึกษากันทางสายตา

 

            ‘ควรบอกนายน้อย’

 

            ‘ไม่ นายน้อยไม่อยู่ ควรบอกเวอร์โก้’ สายตา
ที่ส่งกลับมาทำเอาทั้งสองคนสตั้นท์ ปรากฏนิมิตในหัวเป็นภาพเวอร์โก้กราดกระสุนจนหมดแม็กเหมือนพระเอกลืมตายในหนังฮอลลีวูด เล่นเอาหนาวเยือกกันไปตามๆกัน

 

            'เอาใหม่ ควรโทรหาคุณคิด'

 

            พวกเขาสรุปตรงกันโดยไม่มีเสียงเล็ดลอดให้หมอได้ยิน ชาจิล้วงมือหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าคนเมาอย่างเงียบเชียบระหว่างที่เพนกวินดึงความสนใจพลางขอโทษขอโพยหมอในใจ เขาก็ไม่อยากทำหรอกนะ แต่เขาไม่มีเบอร์ของคิดนี่

 

            พอได้แล้วเจ้าตัวชิ่งออกมาหน้าร้านพลางปลดล็อกโทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องหวังพึ่งการเดา เขาจำรหัสเวลาเห็นคุณหมอเผลอกดเล่นโทรศัพท์เวลาทานข้าวด้วยกันได้ มันจึงเป็นด่านที่ผ่านได้สบายๆ ใช้เวลาอีกไม่นานในการหาเบอร์ที่เมมไว้ว่า 'ยูสทัส คิด' แล้วกดโทรออก รอสายอยู่สักพักปลายสายก็กระชากเสียงใส่

 

            "ถ้าจะโทรมาขอโทษตอนนี้ล่ะก็ ไม่ยกโทษให้หรอกเฟ้ย!!!"

 

            โอเค รู้สาเหตุที่หมอมานั่งเมาแล้ว

 

            "คุณคิดดด ช่วยด้วยคร้าบบ!!"

 

            "หา? แกเป็นใครวะ หมออยู่ไหน!?"
 อีกด้านหนึ่งคือเด็กหนุ่มผู้รับสายอยู่หน้าประตูห้องพัก เขากำลังจะไขกุญแจเข้าไปพักผ่อนตามปกติ แต่สายเข้าที่โชว์หราเป็นชื่อของคุณหมอสาวทำให้เขาจำต้องรับและไม่คิดว่าเสียงที่ตอบกลับมาจะเป็นเสียงของผู้ชาย

 

            "ผมเอง! ชาจิ! ตอนนี้หมอเมาเละอยู่ที่ไนท์คลับ ผมห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง แถมไม่ยอมกลับบ้านอีก!"

 

            "อะไรนะ!? ทำไมพวกนายถึงปล่อยให้เป็นแบบนั้นไปได้เล่า!!!" ด้วยนิสัยกระโชกโฮกฮาก คิดตะโกนใส่โทรศัพท์ด้วยอารามแตกตื่น เพราะสิ่งแรกที่เขาจำได้ขึ้นใจคือ ทราฟาลก้า ลอว์ ไม่ดื่มเหล้า ดังนั้น เธอไม่ควรจะเมาเละอยู่ในไนท์คลับไหนแม้ว่าจะมีชาจิกับเพนกวินอยู่ด้วยก็ตาม!

 

            "ตอนนี้พวกนายอยู่ไหน"

 

            "ไนท์คลับหัวมุมถนนสิบสาม ชื่อ ชาบอนดี้ ครับ"

 

            "สิบนาที! อย่าให้หมอไปเรื้อนใส่ใครล่ะ!" คิดวางสายก่อนจะคว้ากุญแจมอเตอร์ไซค์แทนกุญแจห้องพัก เลิกคิดถึงที่นอนของหอพักชายแล้วเลี้ยวหันหลังกลับออกมาสวนทางกับคนข้างห้องที่เพิ่งกลับมา  พวกนั้นต้องรีบหลบเมื่อเห็นเด็กหนุ่มพุ่งตัวไปด้วยสีหน้าเหมือนอยากจะบีบคอใครสักคน

 

            โชคดีที่คิดรู้จักร้านบนถนนสิบสามเกือบทุกร้าน รวมทั้งเคยเป็นขาประจำที่ชาบอนดี้อยู่พักใหญ่ เขารู้ดีว่าไอ้ที่ไม่น่าไว้ใจคือแถวนั้นรวมพวกตัวอันตรายเอาไว้เยอะน่ะสิ!

 

            บ้าจริง! นี่ประชดกันอยู่ใช่ไหมเนี่ย

 

            โว้ย!!! โกรธ!!!

 

            ถึงในใจจะเดือดดาลแค่ไหนแต่เด็กหนุ่มผมแดงก็พุ่งไปยังชาบอนดี้โดยไม่เสียเวลาคิดสักนิด

 

 

            ด้านชาจิและเพนกวินก็กำลังเผชิญหน้าวิกฤตที่เลวร้ายที่สุด เมื่อกลุ่มวัยรุ่นชายประมาณหกคนค่อยๆปิดกรอบล้อมเข้ามา ตอนที่ช่วงเวลาบนฟลอร์ถูกเปลี่ยนมือจากดีเจประจำร้านมาเป็นนักร้องสดบนเวที ระดับเสียงของเสียงดนตรีอึกทึกครึกโครมจึงเบาบางลงจนสามารถคุยกันรู้เรื่องด้วยเสียงปกติ พวกที่มาออกล่าหาเหยื่อก็เริ่มเคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้ ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นเข้าทักทายคุณหมอที่กำลังเมาเละด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม

 

            "ไงครับ ท่าทางเพื่อนคุณจะไม่ชินกับที่นี่นะ" คนพูดเท้าแขนลงกับบาร์ในตำแหน่งข้างชาจิที่กันหมอไว้ แต่กระนั้นเจ้าคนสอดเรื่องยังทำเป็นมองข้ามชาจิแล้วไล่สายตามองใบหน้าเรียวสวยแดงซ่านของคุณหมออย่างหน้าด้านแทน ในขณะที่คนที่เหลือเพ่งสายตาคมขู่ร้ายกาจกราดมองที่เพนกวินกับชาจิ ทั้งสองกัดฟันกรอดเมื่อรู้ว่าพวกตนอยู่ในสภาวะเสียเปรียบเป็นอย่างมาก "ให้พวกผมนำเที่ยวให้เอาไหม"

 

            "คงไม่ได้ล่ะครับ เธอมากับพวกผม" ชาจิทำใจกล้าโต้ตอบ แม้ว่าด้วยจำนวนแล้วพวกเขาจะเป็นฝ่ายแพ้แน่ๆก็เถอะ ถ้าจำเป็นเขาจะยอมใช้อำนาจของนายน้อยเพื่อปกป้องหมอล่ะนะ

 

            ฉับพลันมือเรียวคว้าไหล่ของคนพูดไว้แน่น "หุบปากซี้ ชาจิ" ชาจิหน้าซีด ฝ่ายพวกคนคุกคามยิ้มกริ่มอย่างได้ใจ หมอสาวหมุนเก้าอี้กลับมาพร้อมเรียวขาที่ตวัดขึ้นไขว่ห้างจนชุดเดรสร่นขึ้นอย่างหมิ่นเหม่ "ครายอนุญาตห้ายคุยกับพวกไรฝุ่นกันหือ?"

 

            ชาจิและเพนยิ้มรับทั้งน้ำตา

 

            หมอครับ... เงียบๆไว้ก็ได้นะครับ

 

            เหล่าพวกผู้ชายใจกล้าสีหน้าเปลี่ยนทันที แต่แทนที่พวกมันจะฝ่อแล้วม้วนหางกลับไป มันกลับกลายเป็นแววตากระหายอยากมากขึ้นไปอีก แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆ

 

            "ไม่เอาน่า อย่าเย็นชาสิคุณ ไปสนุกกันดีกว่า" มือหยาบตรงเข้าคล้องบนเอวบาง ชาจิและเพนก้าวเข้ามาหวังกันท่า แต่โดนพวกที่ล้อมๆอยู่เดินดันออกห่างจากที่เดิม

 

            "ปล่อยหมอนะ!"

 

            "หุบปากไว้ดีกว่านะ ขอเตือน" หนึ่งในพวกนั้นข่มขู่ ผู้ช่วยแพทย์ที่มาทำหน้าที่คุมหมอได้แต่มองร่างบางลุกขึ้นโซเซโดยมีไอ้บ้าไม่ประสงค์ดีคนนั้นโอบลูบไปตามสัดส่วนน่าลุ่มหลงอย่างจาบจ้วง

 

            “หืม? กลิ่นบุหรี่" หมอสาวพึมพำกึ่งๆไร้สติ จมูกมนดมฟุดฟิดใกล้อกผู้ชายคนนั้นแถมยังเงยหน้าสูงขึ้นไปจนเกือบจะถึงริมฝีปาก อากัปของคนเมาสุดยั่วยวนนั่นเล่นเอาผู้ติดตามตีหน้าเครียดขึ้นฉับพลัน "ฉันเกลียดบุหรี่" จู่ๆน้ำเสียงหวานหูก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบขณะที่ริมฝีปากห่างอีกฝ่ายออกไปเพียงแค่ช่วงฝ่ามือคั่น

 

            ปึก!

 

            ส้นสูงกระแทกเต็มแรงลงบนหลังเท้าอีกฝ่าย เล่นเอาเสียงร้องโหยหวนดังลั่นคลับ ร่างปราดเปรียวพุ่งเข้าผลักชายที่ขวางผู้ติดตามทั้งสองไว้สุดแรงคนเมา "หลบปาย! พวกหมาเดือนสิบสอง!"

 

            ชาจิกับเพนกวินชกชายที่ขวางตัวเองไว้จนร่วง คว้าฉวยมือบางของหมอสาวให้ออกจากคลับโดยด่วน แต่พอจวนก้าวสุดท้ายก่อนจะถึงประตูทางออก มือหยาบกร้านก็คว้าเส้นผมยาวของหมอสาวทันก่อนที่พวกเขาจะหนีออกมาทัน

 

            "โอ๊ยย!!!" ลอว์ร้องลั่นตอนที่โดนกระชากหัวกลับเข้าไปในร้าน

 

            "คุณหมอครับ!!!" ชาจิและเพนกวินพยายามจะดึงมือไว้ แต่โดนรุมผลักให้ห่างออกจากหมอมากขึ้น ไม่มีคนนอกกล้าเข้ามายุ่ง ถ้าพวกเขาไม่มองอย่างหวาดผวาก็หลบหน้าทำเป็นไม่เห็นเสีย
 ประกอบกับตำแหน่งของการเกิดเรื่องนั้นไกลเกินกว่าจะขอความช่วยเหลือจากแช็กกี้ พวกเขากัดฟันตาลุกเมื่อได้ยินเสียงหวานแผดลั่นโต้อีกฝ่าย

 

            "แกเหยียบเท้าฉัน!"

 

            "แกเอามือสกปรกมาแตะตัวฉันก่อนนี่! ปล่อย!!!"

 

            อีกฝ่ายเลือดขึ้นหน้า ง้างมือขึ้นสูงอย่างที่เป็นสัญญาณของการเริ่มการนองเลือด
 นัยน์ตาสีเงาฝนสะท้อนภาพนั้นอย่างรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้สมองทำงานเชื่องช้าเกินกว่าจะหนีหรือแค่ยกมือขึ้นกันก็ตาม ทราฟาลก้า ลอว์ ทำได้เพียงแค่หลับตาลงรับแรงปะทะ

 

            โครม!

 

            ฉับพลันหมัดหนักๆซัดเข้าที่ดั้งจมูกคนที่กำลังจะตบหน้าผู้หญิงเต็มกำลัง มันล้มตัวหงายหลังฟุบ ในขณะที่คนมาช่วยทันเวลากระแทกส้นเท้าขยี้ทับลงบนอกของเดนสังคมอย่างเดือดดาล
 หมัดหนักๆที่เพิ่งลงแรงไปเมื่อครู่กำแน่นคล้ายกับจะลงมืออีกรอบ

 

            "นั่นแกกำลังจะทำอะไรฮึ ไอ้ขี้หมา!” เสียงสบถด่ากราดหยาบคายขนาดนรกยังปิดหูเมิน เสียงแข็งกร้าวทำเอาพวกแขกเหรื่อคนอื่นถอยห่างยิ่งกว่าเดิม เช่นเดียวกับพวกที่ตั้งใจจะเข้ามาช่วยชายผู้เพิ่งถูกซัดหน้าถึงกับชะงัก เสียงพึมพำดังระงมไปทั่วบริเวณ

 

            "ยูสทัส คิด นี่หว่า"

 

            "ทำไมมาอยู่นี่ล่ะ..."

 

            "ไหนว่าย้ายถิ่น"

 

            "อย่าไปยุ่งกับมันเลย..."

 

            "ก็รู้กันดีนี่! ถอยไป อย่ายุ่งกับเธอ" คิดกราดสายตาขู่เรียงตัว ท่อนแขนหนาหิ้วร่างของหมอตัวดีที่ปากเก่งจนได้เรื่อง ตอนนี้กำลังเวียนหัวจนต้องเกาะเสื้อเขาเงียบๆ
 พวกที่ชะงักอยู่ออกอาการสะดุ้งตัวแล้วเผลอก้าวถอยหลังตามๆกันไปจนวงที่ล้อมชาจิกับเพนกวินสลายไปเงียบๆ

 

            "ข... ขอโทษ ไม่รู้ว่ายัยนี่เป็นผู้หญิงของแก..."
 หนึ่งในนั้นพยายามประนีประนอมทั้งๆที่เหงื่อไหลพรากไม่ต่างกับน้ำตก แต่คำพูดคำจาคงไม่เข้าหูคนเมาเสียเท่าไหร่

 

            "หา? ครายเป็นผู้หญิงของไอ้เด็กบ้านี่กันหา พูดห้ายมันดีๆดิ๊" นิ้วกลางของคนสวยชูขึ้นใส่เจ้าของประโยค แต่ในสภาพเมาแอ๋และถูกหิ้วโดย ยูสทัส คิด เลยไม่มีใครกล้าถือสาหาความ พ่ออัศวินผมแดงเลยได้แต่กลอกตาเอือมโลก

 

            ปากเก่งเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่ตอนเมาไม่เหลือซาก

 

            คิดลากลอว์ออกจากคลับพร้อมกับชาจิกับเพนกวินที่คว้าโค้ทของคุณหมอแล้วตามติดกลัวๆ พวกเขามองกลับเข้าไปอย่างหวาดระแวง แต่พอเห็นพวกในคลับเมื่อครู่ไม่กล้าตามมาก็หายใจได้ทั่วท้อง เพนกวินกางเสื้อแล้ววางบนไหล่ของคนเป็นเจ้าของ ในขณะที่เจ้าตัวยื้อแขนตัวเองอย่างดื้อดึงจนเด็กหนุ่มหยุดเดินแล้วหันกลับมา

 

            "กลับได้แล้วหมอ"

 

            "ม่าย! คุณมายุ่งอะไรด้วย!”

 

            ชักส่อเค้าไม่ดีเสียแล้วสิ

 

            คิดอ้าปากกะสวนกลับว่าทีเมื่อกี้ยังเกาะเขาเงียบเป็นลูกแมวอยู่เลย ตอนนี้เหมือนเริ่มรู้ตัวว่าคนที่เจ้าตัวเกาะอาศัยเป็นหลักยึดเป็นใคร อาการพยศเลยกำเริบอีกครั้ง หมอสาวดิ้นจนหลุดจากการควบคุม ร่างไร้เรี่ยวแรงเหมือนตุ๊กตาล้มลุกเอนไปมาพลางชี้นิ้วใส่หน้าคิด  “โกรธอยู่ไม่ใช่รึงาย แล้วมาทำไม”

 

            “เลิกงอแงแล้วกลับบ้านได้แล้ว” เขาพูดออกไปตรงๆแล้วทำหน้าเหมือนอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตาย ความคิดต่อมาคือหวังว่าหมอจะยังเมาอยู่และตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นหล่อนคงจำไม่ได้ว่าเขาพูดบ้าอะไรออกไป ชาจิกับเพนกวินอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขา ทั้งสองมองหมอสลับไปมากับตัวเด็กหนุ่มโดยไม่รู้ว่าควรจะห้ามทัพใครก่อนดี

 

            “หึ! จะหนีรึงาย ฮึก! ฉ้านยังด่าไม่จบ!”

 

            “นี่ผมเพิ่งช่วยคุณไว้น...”

 

            “ไอ้บ้า! ไอ้เด็กดื้อ! ปาก-หมา! กวนประสาท!” คิดชักปวดหัวจี๊ด ตอนนี้หลายอารมณ์ตีกันในหัวจนไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกอย่างไรเมื่อสาวเจ้าเล่นยืนสาดคำด่ายานคางหน้าร้านที่เพิ่งมีเรื่องกันสดๆร้อนๆ แถมยังป่ายแขนขึ้นกำคอเสื้อเขาอย่างหาทั้งๆที่เรี่ยวแรงก็ไม่ค่อยจะมีจนเหมือนหาหลักยึดมากกว่าหาเรื่อง กลิ่นแอลกอฮอล์ที่คิดคำนวนไม่ได้ว่าเจ้าตัวดื่มไปขนาดไหนตีขึ้นจมูกเมื่อริมฝีปากอิ่มเต็มเริ่มโวยวาย “มาสาย! สายตลอด!”

 

            จนกระทั่งมาถึงคำว่า ‘สาย’ เด็กหนุ่มถึงเริ่มเอะใจ เขาคิดว่าหมอจะว่าเขาว่า ‘ตัวปัญหา หน้าด้าน ไล่แล้วไม่ไป’ หรืออะไรทำนองนี้เสียอีก แต่นี้กลับผิดคาดไปไกล และประโยคถัดมาก็ทำเอาคนมีสติที่กำลังโกรธอยู่ใจกระตุกไปถนัด

 

            “สาย! สายมาก! ให้ฉ้านรอนานขนาดนี้ได้ยังงาย! กี่วันแล้ว! ฮึ!?” คนเมาเข้าประเด็นเรื่องการมาสายของเด็กหนุ่มซึ่งเขารู้ว่ามันหมายถึงอะไร

 

            มันหมายความว่า หมอรอยังรอเขาอยู่ทุกวันทั้งๆที่หล่อนเป็นคนปิดประตูใส่หน้าเขา

 

            คิดถอนหายใจในที่สุด โอเค... ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ความรู้สึกของเขาตอนนี้ลิงโลดจัดจนพอจะยอมรับได้ล่ะนะ

 

            “พวกนายพาหมอกลับแล้วกัน เดี๋ยวเรียกแท็กซี่ให้” มือหนาพยายามแงะมือบางออกอย่างเบาแรงที่สุด ในขณะที่สองผู้ช่วยถึงกับถอนหายใจหมดปอดแล้วตั้งท่าจะรับหน้าที่ต่อ

 

            “ครับๆ เดี๋ยวพวกผมดูแลต่...”

 

            “ไม่! ม่ายกลับ! อย่าบังอาจทิ้งฉันนะ!”

 

            "กลับเหอะ คุณเมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้วเนี่ยหมอ”

 

            "ไม่! อย่าทิ้งฉัน!" คิดอยากเถียงใจจะขาดว่าเขาไม่ได้จะทิ้งหล่อนแต่ตอนนี้คงพูดกันไม่รู้เรื่อง ทว่าที่เรียกสีหน้าซีดเผือดและจุกคำพูดมากที่สุดคือหยาดน้ำที่เริ่มคลอเบ้าตาคมโตของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ที่มา ไหล่เล็กสั่นเทิ้มเหมือนลูกนกเปียกปอนเช่นเดียวกับริมฝีปากที่เริ่มพูดและถามอยู่คำเดียวซ้ำไปซ้ำมา

 

            "ฮึก... คุณ... ฮึก... จะทิ้งฉันจริงๆเหรอ" ดวงตาคมคู่เดิมเชื่อมปรอยไปด้วยน้ำตาก่อนสาวเจ้าจะเริ่มต้นยืนนิ่งแล้วปล่อยสะอื้นฮักๆแบบที่ชาจิกับเพนกวินถึงกับอ้าปากค้าง ส่วนยูสทัส คิดน่ะหรือ เด็กหนุ่มแทบหน้าหงายใส่คนที่เมาแล้วฟูมฟายเหมือนเด็กสาวไม่รู้ความ

 

            เขาคงต้องเพิ่มว่านอกจากแพ้หมาแล้ว อีกอย่างในโลกที่เขาแพ้คือน้ำตาของ ทราฟาลก้า ลอว์

 

            เจออย่างนี้ก็ใจอ่อนดิ! จะเหลือเหรอ!

 

            "โอเค! โอเค ผมขอโทษ ผมยอมแล้ว เลิกร้องไห้เถอะนะ!" เขาวางมือลงบนลาดไหล่ผอมบางพลางมองสบดวงตาเหมือนหวาดกลัวอะไรสักอย่าง ในขณะที่คนมีสติครบถ้วนกลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อดวงตานั้นอย่างหมดรูป ทิฐิที่เคยมีถูกโยนกองไว้ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ตั้งแต่น้ำตาเม็ดโตคลอหน่วง คำขอโทษที่ว่าจะไม่เป็นฝ่ายพูดก่อนสุดท้ายก็หลุดออกจากปากอย่างง่ายดายผิดธรรมดา

 

            "จะไม่ไปใช่ไหม"

 

            เขายอมแพ้ ทั้งน้ำตาและคำถาม มันทำให้เขารู้ว่าต่อให้หญิงสาวไม่เอ่ยคำขอโทษกับเขาสักคำ เขาก็คงไปจากเธอไม่ได้อยู่ดี ในเมื่อตอนนี้ ที่นี่ เขามาเพื่อเธอเท่านั้น

 

            "ครับๆ ไม่ไปครับ" เด็กหนุ่มตอบกลับอย่างอ่อนอกอ่อนใจ มันทำให้คนเมาก้มหน้าสงบลงได้สักพัก คิดไม่ลืมส่งสัญญาณให้ชาจิและเพนกวินเข้ามาตะหล่อมพาหมอกลับ แน่นอนว่าทั้งสองคนพยักหน้ารับหลังจากยืนเป็นหัวหลักหัวตออยู่นาน แต่พอจะเข้ามากล่อมคนเมาก็…

 

            "คุณโกโหกกก"

 

            พวกเขาเปลี่ยนจากการส่งภาษามือเป็นนวดขมับแทน

 

            แหม ฉลาดถูกเวลาจริงๆ

 

            "งั้นพวกผมฝากคุณหมอไว้แล้วกันนะคร้าบ" ชาจิยกธงขาวในที่สุด เพนกวินพยักหน้าเห็นด้วยกับเขาถี่ๆ “สารภาพว่าพวกผมจนปัญญาจะพากลับเองแล้วครับ”

 

            "เฮ้ยๆ ไว้ใจฉันขนาดนั้นเลยรึไง" เขาเตือนทั้งสอง สภาพแบบนี้เขาไม่สามารถรับประกันได้ว่าตัวเองจะเกิดบ้าอะไรขึ้นมาตอนไหน และมันไม่ปลอดภัยเอาเสียเลยที่จะฝากผู้หญิงไว้กับผู้ชายที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน

 

            "ไม่เลยครับ" ทั้งสองตอบพร้อมเพรียง "แต่จะทำอะไรก็นึกถึงคุณหมอตอนได้สติแล้วกันนะครับ"

 

            ปัดความรับผิดชอบนี่หว่า!

 

            "คุณยูสทาส~ ฮึก!"

 

            ว้า อย่ามาอ้อนตอนนี้สิโว้ย!

 

            “เออๆ!” คิดตกปากรับคำในที่สุด เขาโยนกุญแจมอเตอร์ไซค์ให้ทั้งสอง “พวกนายเอาไปใช้ เดี๋ยวฉันกลับแท็กซี่ แล้วพรุ่งนี้จะไปเอาคืนที่คลีนิก”

 

            “ตามนั้นคร้าบ” หลังจากตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย ทั้งสองก็จรลีจากไป เขาถอนหายใจพลางหันมาสนใจภารกิจส่งคนเมาแทน

 

            "ไม่เอาน่า ผมขอโทษคุณแล้วไง หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวผมไปส่ง" คิดเสียงอ่อนอย่างตั้งใจจะปลอบจนแทบไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ โชคดีที่มันได้ผลเมื่อเสียงสะอื้นค่อยๆเงียบลงเหลือเพียงแต่เสียงสูดจมูกเบาๆ ลอว์ก้มหน้าจนเส้นผมยาวตกลงมาล้อมกรอบหน้า คิดเลยต้องย่อตัวลงพยายามช้อนตามองคนก้มหลบและยืนยันหนักแน่น "ผมจะไม่ไปไหน ผมสัญญา"

 

            จู่ๆคนไม่ได้สติก็พุ่งตัวเข้าชนกับแผ่นอกแกร่งอย่างแรง แขนเล็กเกาะเกี่ยวเหมือนหาหลักยึด ใบหน้าเล็กมนฝังลงกลางตำแหน่งหัวใจของอีกคน คนโดนกอดไม่มีปี่มีขลุ่ยถึงกับทำหน้าไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าควรเขิน ควรผลักไส ควรตอบรับ หรือควรให้เกียรติหญิงสาวต่อไปดี แต่ที่แน่ๆเธอควรเลิกถือวิสาสะฟังเสียงหัวใจเขาเดี๋ยวนี้ ก่อนที่เขาจะหวั่นไหวมากไปกว่าที่เป็นอยู่นี่!

 

            เธอเมา! เธอแค่เมาต่างหาก! เธอไม่ได้กอดเขาเพราะความพิศวาสหรอก มันน่าจะเป็นเพราะ…

 

            "เฮ้ย! หมอ! จะอ้วกป่ะเนี่ย"

 

            "..."

 

            "หมอ..."

 

            อาการปกติของคนเมา ถ้าไม่อ้วกก็หลับล่ะนะ!

 

 

            ฝ่ายชายพาสาวเจ้ากลับห้องสำเร็จแม้ว่าจะต้องปล่อยให้หมอคายของเก่าที่พุ่มไม้หน้าอพาร์ทเมนท์หลังจากลงจากรถแท็กซี่ก็ตาม สติของเธอเหมือนจะกลับมาครู่หนึ่งจนเขาสามารถไถกุญแจห้องของเจ้าตัวจนสามารถพาเข้าห้องได้โดยสวัสดิภาพ ถอดโค้ทตัวใหญ่และรองเท้าส้นสูงทิ้ง โยนร่างบางลงบนเตียงแล้วกางผ้าห่มคลุมทับต้นขาอ่อนที่อวดพ้นกระโปรงตัวสั้นโดยไม่คิดจะเปลี่ยนชุดหรือเช็ดตัวให้แม้แต่น้อย ถึงเจ้าหล่อนจะต้องครางฮือด้วยความไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวก็ตาม

 

            แหงล่ะ ขืนตื่นขึ้นมาและพบว่าเขาเป็นคนลอกคราบหล่อนมีหวังโดนฆ่าหมกส้วมแน่ๆ ที่แย่กว่าคือพูดขอโทษพันรอบก็ไม่รู้ว่าหล่อนจะยกโทษให้รึเปล่าก็จะยิ่งไปกันใหญ่น่ะสิ

 

            คิดยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว หมดธุระแล้ว เขาควรกลับเสียที

 

            “ฮือ… หนา…” เสียงครางเครือจากคนที่เขาคิดว่าน่าจะหลับสนิททำให้คิดละมือลง ร่างบางพลิกตัวไปอีกด้านหามุมที่ทำให้หลับสบายกว่าเดิม ไม่เหลือคราบคุณหมอปากเก่งคนเดิมอีกต่อไป

 

            ลอว์มักลดการป้องกันตัวลงเมื่อเจ้าตัวอยู่ในอาณาเขตของตนเอง ไม่ต่างจากวันที่เขามาที่นี่ครั้งแรก เขาจำมันได้ทุกรายละเอียด เพราะมันเป็นวันที่เขารู้ว่า ทราฟาลก้า ลอว์ คือผู้หญิงที่น่าปกป้องแค่ไหน

 

            “หนาวสินะ” เด็กหนุ่มเกาหัวก่อนมือใหญ่จะจับชายผ้าห่มแล้วคลุมขึ้นให้สูงกว่าเดิมอย่างถอดถอน ลอบไล้สายตามองสีหน้าหลับสบายให้คลายใจก่อนจะผละออกมาปิดไฟแล้วตั้งท่าจะเดินจากห้อง

 

            พรุ่งนี้เช้าเขาต้องคืนดีกับหล่อน

 

            เราโกรธกันนานเกินไป ทั้งหมดควรจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

 

            พูด… แค่พูดกับเธอ…

 

            “ถามจริง ไม่รู้เหรอว่าทำไมผมถึงโกรธขนาดนี้” ท่ามกลางความมืดหลังจากปิดไฟ ร่องรอยของแสงสว่างจึงมาจากประตูห้องที่เปิดแง้มออกเล็กน้อย ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะออกไปและสะสางเรื่องทุกอย่างในวันพรุ่งนี้ แต่เด็กหนุ่มกลับเลือกที่จะหยุด ปล่อยให้แสงสว่างทาบผ่านเสี้ยวหน้าคมคายที่ผสมปนไปด้วยความจริงจัง

 

            ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างบนเตียง แต่คิดยังคงเอ่ยต่อไป

 

            “ก็ผมบอกไปแล้วไงว่าผมเป็นห่วง เป็นห่วงมาก เป็นห่วงโคตรๆ แล้วก็ชักจะหวงขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ”

 

            ความรู้สึกซื่อตรงไหลตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็ว เขารู้สึกถึงสิ่งหนึ่งที่ตนเองไม่เคยรู้สึกมาก่อน

 

            “มากขึ้น มากขึ้น มากกว่านี้ไปอีก”

 

            สิ่งที่เขาไม่เคยมี และไม่คิดว่าจะมีได้

 

            “ผมชอบคุณนะ นาทีนี้ก็ยังชอบคุณมากขึ้นเรื่อยๆ”

 

            มันคือความรัก

 

            ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่เป็นหนึ่งเดียวกับคำพูดช้อนขึ้นทอดมองโครงร่างบอบบางในเงามืด เขาพูดต่อไป ทั้งๆที่รู้ว่ามันคงไม่อาจเข้าไปถึงห้วงนิทราของอีกฝ่ายได้

 

            “คุณ… ชอบผมบ้างหรือเปล่า”

 

            ทั้งๆที่น่ายินดีแต่ในเวลาเดียวกันก็น่าสมเพช ยูสทัส คิด เพิ่งรู้ตัวว่าเขากลายเป็นคนขี้ขลาดที่กล้าเอ่ยความรู้สึกจริงๆแค่ตอนที่รู้ว่าหญิงสาวที่เขากำลังสารภาพรักจะไม่มีทางได้ยินคำพูดของเขาสักคำ การตอบคำถามนั้นของเธอจึงมีเพียงเสียงลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอซึ่งลอยมากับความเงียบเพียงเท่านั้น

 

            เหมือนคนบ้าเลยว่ะ…

 

            เด็กหนุ่มแหงนหน้ามองเพดาน เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่และตัดสินใจจบค่ำคืนอันยาวนานด้วยการเปิดประตูออกไปพร้อมกับปัดคำพูดก่อนหน้านี้ทั้งหมดทิ้งลงหลืบลึกของความทรงจำ

 

 

I do like you

And it’s not a mistake.

 
 
 
 
 
----------------
 
TBC
 
สเปเชี่ยลมากตอนนี้ ทั้งความยาว ทั้งเนื้อหา ทั้งภาพประกอบ
ฟิคนี้มาเพื่อตอน9 เราคิดว่าหมอน่าจะเป็นประเภทเมาแล้วร้องไห้ เพราะว่าปกติเป็นคนอดกลั้นต่อหน้าคนอื่น ก็เลยใช้ตรรกะธรรมชาติข้อนี้มาเขียน ส่วนคุณกัปตัน จุดฟินของฟิคนี้คือยัดโมเม้นท์อะไรก็ได้ที่ออกแนวแจ่มใส๊แจ่มใส เพราะพอเป็นกัปตันหมอแล้วมันฟิน เน้นซ่อมไต ไม่เน้นพังไต (แต่ก่อนหน้าจะซ่อมก็พังมันมา2-3ตอนได้)
 
และสุดท้ายกัปตันก็ยอมง้อหมอก่อนอยู่ดีทั้งๆที่โกรธกว่าเดิมอีกนะตอนที่ชาจิโทรมาฟ้องว่าหมอเที่ยวคลับ ตอน9นี่เป็นตอนแกะทิฐิกัปตันทิ้งของแท้เลยทีเดียว ลุ้นกันต่อไปว่าจะเจออะไรอีก เดินหน้า หรือถอยหลัง รักษาระดับ หรือก้าวข้าม
 
 
 
 
 
สเปเชียลแฟนอาร์ต CGสีนะแจ๊ะ จริงๆมีฉากที่อยากวาดเต็มไปหมด แต่ทุกคนคงอยากเห็นหมอแต่งสวยเลยจัดให้ก่อน ที่เหลือถ้ามีเวลาอาจจะตามวาดก็ได้ >:3 /ปัญหาคือไม่มีเวล---
 
10-2.jpg

edit @ 4 Jul 2015 22:59:11 by -$e!in@-

Comment

Comment:

Tweet

โอ่ยยย คือมันดีงามม ดีงามมากมายยย ;///;b

คุณหมอเมาเละแล้วแอบน่ากลัวเบาๆ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เห็นหมอมุมนี้ 55555

ส่วนคุณกัปตันคือน่ารักมาก น่ารักเว่อร์ๆ ชอบฉากที่แอบบอกรักหมอตอนหมอหลับ โอ๊ยยย ทำไมมันมุ้งมิ้ง เลือดลมพุ่งพล่านเลยค่ะ คือกัปตันมุมนี้น่ารักจริงๆ นะ แล้วก็ไม่ค่อยเห็นฟิคเรื่องไหนดึงมุมนี้มาเล่น เมนกัปตันปลื้มปริ่มค่ะ  

นั่งอ่านไปก็ยิ้มไปเหมือนคนบ้าเลยค่ะ ไม่ไหวแล้ว 55555555

#3 By Satsuki D. Miiz on 2015-06-30 11:23

เม้นรวมสองตอนเลยนะคะ
แต่ละคนนี่นะ...ปากแข็งไปเรื่อยๆแบบนี้เรื่องก็ไม่ลงเอยสักที ส่วนคุณหมอเมานี่เหลือความคาดหมายมากค่ะ อาละวาดซะเละเลย แต่พอเจอคุณยูสทัสเข้าหน่อยก็เนอะ...
แอลกอฮอล์นี่ก็มีประโชน์เหมือนกัน
คุณยูสทัสสารภาพรักน่ารักมาก ถ้าคุณหมอได้ยินก็คงจะดี..
รอติดตามนะคะ 

#2 By Lufe Lufe Lufe on 2015-06-25 21:21

คุณหมอเมาแล้วเหมือนเป็นคนละคนเลยค่ะ น่ากลัวมาก... แอบสงสารซาจิกับเพนกวินที่ต้องเป็นลูกหลงไปด้วย แถมคุณหมอก็ดื้อไม่ยอมกลับจนต้องให้คิดเป็นคนไปส่งอีก..
ต้องให้เป็นแบบนี้สินะคิดถึงจะยอมขอโทษ เป็นคนที่ไม่ได้เรื่องเลยยย -3- ถึงปากแข็งยังไงก็ยังมาช่วยคุณหมออยู่ดีนี่นะ ฮาา คำพูดที่พูดตอนสุดท้ายนี่อยากให้คุณหมอได้ยินจัง จะได้แฮปปี้กันซะที ฮาา

คุณหมอแซ่บเซ็กซี่มากค่ะ *q*)

#1 By Merr on 2015-06-24 10:21