[AUFic onepiece] lluvia KidXlaw (8/?)

posted on 15 Jun 2015 09:26 by selina-de-endless in Onepiece

AUFic Onepiece : lluvia

Paring : Kid X Law (Fem)

Authors : เซรินะ , SDEndless (Twitter: SDEndless)

Warning : Normal PG ใสๆ กุ๊งกิ๊งๆ

Summary : หมอสาวคนสวยกับเด็กน้อยคนเดิม เอาจริง ไม่มีใครเคยบอกว่าวันที่ฝนตก แรงดึงดูดมันจะเยอะขนาดนี้ *-*

ตอนที่แล้ว

 

----------------------

 

 

 

 

 

 

 

The rain began again

It fell heavily, easily, with no meaning or intention

But the fulfillment of its own nature

Which was to fall and fall

 

            ‘เฮ้... ฉันกลับมาแล้ว’

 

            คิดแทบไม่เชื่อสายตากับข้อความแรกในรอบสามวัน เขายอมรับว่าตื่นเต้น ในขณะเดียวกันก็เป็นการยากที่จะเก็บอาการให้รอดพ้นจากสายตาคิลเลอร์ ร่างสูงจึงตัดสินใจลุกพรวดพร้อมกับแก้ตัวอย่างไว

 

            “นึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วน นายกลับไปก่อนเลยก็ได้นะคิล” เขาพยายามเก๊กหน้าขรึมเพื่อปกปิดอาการ แต่มันคงดูตลกในสายตาคิลเลอร์ เจ้าตัวเลยเก๊กขรึมเพื่อกลั้นขำกลับ

 

            จะแอบไปคุยกันก็บอกมาตรงๆก็ได้มั้ง

 

 

            คลินิกฮาร์ทเปิดตามปกติในบ่ายวันนั้น สภาพเละเทะของคลินิกกลับมาเป็นเหมือนเดิมทุกประการก่อนที่ดอฟฟี่จะมาเยือน ซึ่งเจ้าของคลินิกก็พอเดาได้ว่าพี่ชายของเธอคงส่งคนมาซ่อมแซมให้มันกลับมาเป็นอย่างเก่าทันทีตั้งแต่ตกลงคืนดีกันได้ ซึ่งลอว์ออกจะพอใจที่มันเหมือนเดิมทุกประการแม้แต่ตำแหน่งที่วางของโทรศัพท์หน้าเคาน์เตอร์

 

            ชาจิและเพนกวินประจำที่ หมอสาวเดินกลับห้องและนั่งลงที่โต๊ะตัวเดิม ยังไม่มีคนไข้รายใหม่เข้ามาเยี่ยมเยือน ดังนั้นมันพอมีเวลาให้ส่งข้อความไปหาใครบางคน

 

            ‘เฮ้... ฉันกลับมาแล้ว’

 

            เผลอมองหน้าจออย่างเฝ้ารอหวังว่าอีกคนจะตอบกลับมาเร็วๆทั้งๆที่มีอย่างอื่นที่ไปทำรอได้อีกตั้งเยอะ เพียงแต่อีกฝ่ายก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

 

            ‘คุณหายไปไหนมา’

 

            ‘ง้อดอฟฟี่ ยากหน่อย แต่ก็จบลงด้วยดีล่ะนะ’

 

            ‘คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว' เนื้อหาข้อความทำให้หัวใจพองฟูอย่างแปลกประหลาด ลอว์อดอมยิ้มกับตัวเองไม่ได้ ตอนแรกเธอนึกว่าอีกฝ่ายจะไม่ตอบเธอแล้วด้วยซ้ำ คนท่าทางเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่าง ยูสทัส คิด ไม่น่าทำเป็นลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปแน่

 

            'คุณยังโกรธฉันอยู่รึเปล่า' พิมพ์ถามไปแล้วถึงได้รู้สึกเหมือนถามอะไรโง่ๆออกไป แน่นอนว่าคิดตอบกลับเร็วกว่าปกติเหมือนยังฉุนอยู่อย่างไรอย่างนั้น

 

            'แน่นอน'

 

            กะแล้วเชียว

 

            หญิงสาวคอตกใส่โทรศัพท์ เดินออกมาดูลาดเลาให้แน่ใจว่าไม่มีลูกค้าอีกรอบก่อนจะโทรออกหาคนที่ต้องการต่อสายถึงทันที หมอสาวกระวนกระวายไม่น้อยระหว่างรอสาย แต่ไม่นานอีกฝ่ายก็รับสายและเงียบใส่เธอจนชวนใจเสีย

 

            "ยังโกรธอยู่จริงๆสินะ... ฉันขอโท..."

 

            "--ออกมาหลังร้านหน่อยสิ--"

 

            "หะ?"

 

            "--เร็วสิคุณ ฝนจะตกแล้วนะ--"

 

            ลอว์รีบวิ่งพรวดพราดไปเปิดประตูหลังในสภาพโทรศัพท์ยังแนบหูอยู่ เสียงฝีเท้ารีบร้อนทำให้ชาจิกับเพนกวินที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์สะดุ้ง พวกเขาแอบมองจากหัวมุมทางเดินแล้วเห็นเจ้านายคนสวยเปิดประตูหลังออกไป สองคู่หูมองหน้ากันก่อนจะตัดสินใจเลิกหน้ากลับมาทำหน้าที่ปกติ ทว่าก็พยายามเปิดโสตประสาทรับฟังเต็มที่

 

            ร่างสูงผมแดงยืนแนบหูกับโทรศัพท์เหมือนเธออยู่หลังประตู ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้รอยแผลแปลความได้ว่าเจ้าตัวคงปฏิบัติตัวดีตอนที่เธอไม่อยู่ แต่รังสีไม่สบอารมณ์ทำเอาสาวเจ้าหน้าหดเหลือสองนิ้วทันที

 

            แต่ที่มากกว่ารู้สึกผิดคงเป็นความรู้สึกดีใจแปลกๆในอกนี่แหละ

 

            "ว่ามา... ผมฟังอยู่" คิดวางสาย เช่นเดียวกับมือบางที่ค่อยๆเลื่อนมือถือลงจากหู

 

            "ฉันขอโทษที่พูดไม่ดีกับคุณ"

 

            คิดเบ้หน้าพ่นลมหายใจ "ทำหน้าสำนึกผิดหน่อยสิหมอ"

 

            "ก็ได้ๆ" ฝ่ามือบางยกขึ้นเสมอไหล่อย่างยอมแพ้ "ขอโทษ... ก็ฉันไม่คิดว่าคุณจะมานี่" และไม่ใช่ความผิดเธอซะหน่อยที่ดีใจน่ะ

 

            "ก็มาฟังคุณขอโทษไง" คิดกอดอกจ้องอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง ทำเอาหมอสาวชักรู้สึกว่าบรรยากาศมันไม่สวยเสียแล้ว

 

            "ฉันก็ขอโทษคุณไปแล้วไง" ขอโทษอย่างจริงจังด้วย หวังว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้คิดว่าเธอขอโทษเล่นๆหรอกนะ

 

            "อีกเรื่องล่ะ"

 

            "อีกเรื่อง...?" ลอว์เริ่มตามไม่ทัน เธอจำไม่ได้ว่าไปทำให้เด็กหนุ่มโกรธเรื่องอะไรอีก และถ้าเธอทำจริงๆก็คงเป็นวันนั้น เพราะเป็นวันสุดท้ายที่เธอเจอหน้าเขา ทว่าหมอสาวกลับคิดไม่ออกว่าเธอทำอะไรไว้

 

            "คุณไล่ผม"

 

            หา...?

 

            "โกรธเรื่องนั้นด้วยเหรอ"

 

            "โกรธสิ" คิดยืนยัน โอเค นี่มันชักจะงี่เง่าเสียแล้วสิ

 

            "ไม่เอาน่า คุณต้องให้พื้นที่ส่วนตัวฉันบ้าง อีกอย่างฉันก็จัดการปัญหาของฉันได้ ไม่ต้องให้คุณอยู่ด้วยเสียหน่อย" หมอสาวกอดอกสู้

 

            "จะบอกว่าผมไม่มีประโยชน์เหรอ!?"

 

            "ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น!"

 

            ซึ้งอยู่ไม่ถึงห้านาที ทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้ล่ะ

 

            "แล้วมันยังไง"

 

            "คุณกำลังหาเรื่องฉันรึเปล่า" คิ้วเรียวขมวดแน่น ไม่ตอบคำถามส่อแววชวนทะเลาะของร่างสูง

 

            "แล้วถ้าใช่ล่ะ"

 

            ลอว์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ มือเรียวกำแน่น ในหัวเธอฉีกความดีใจก่อนหน้านี้ทิ้งอย่างเสียหน้าสุดๆ "แบบนั้นมันไม่มีเหตุผล ฉันชักไม่อยากคุยกับคุณซะแล้วสิ"

 

            ใบหน้าตึงเรียบสะบัดกลับเปิดประตูคลินิกและกลับเข้าไปเตรียมปิดประตูตัดบทสนทนา แต่ลำแขนหนากลับสอดเข้ามากันร่องประตูก่อนมันจะถูกงับปิดโดยสมบูรณ์ ดวงตาสีแดงมองจ้องกลับอย่างเอาเรื่อง

 

            "ผมมีเหตุผลข้อเดียว คือแค่เป็นห่วงคุณ" ลมหายใจอุ่นร้อนพัดเข้ามาพร้อมกับความชื้นบางเบาของน้ำฝนที่เริ่มตก ดวงตาสีเทาหรี่ลงอย่างไม่เข้าใจ "ถ้าคุณไม่อยากคุยกับผมก็ตามใจ ผมจะไม่ยุ่งกับคุณอีก" แรงฝืนที่ประตูผ่อนลง ดวงหน้าคมหันหลังกลับและเป็นอีกครั้งที่ลอว์รู้สึกเจ็บแปลบในอก แต่คำพูดของเขาไม่มีผลกับเธอนักในตอนนี้ในเมื่อเธอไม่คิดสักนิดว่าเธอผิด

 

            เธอจัดการเรื่องของลูฟี่ได้ จัดการเรื่องของดอฟฟี่ก็ได้ คลินิกก็ไม่มีปัญหา อีกไม่นานลูกค้าคงกลับมาหลังจากปิดไปสามวันเต็มๆ เธอเป็นผู้หญิงที่ทำทุกอย่างตัวคนเดียว แล้วทำไมเธอต้องรู้สึกผิดที่ไม่ยอมให้ใครยื่นมือมาช่วยด้วย

 

            "เออ! เอางั้นก็ได้!"

 

            ปัง!

 

            ประตูกระแทกปิดลง ฝีเท้าไวๆก้าวฉับๆกลับเข้าห้อง อารมณ์ขุ่นมัวของคุณหมอเล่นเอาชาจิ เพนกวิน และแขกใหม่ที่เพิ่งมาเยือนเป็นรายแรกในรอบสามวันสะดุ้ง ชาจิผลักแฟ้มคนไข้ให้เพนกวินเป็นเชิงโยนภาระให้เขาเอาไปให้หมอ ซึ่งเพนก็ไม่ได้เต็มใจนัก แต่เขาเห็นแก่คนไข้ที่ไม่ควรรอนานเลยตัดสินใจหยิบแฟ้มเดินเข้าห้องตรวจเสียเอง

 

            "เอ่อ... หมอครับ คุณมีคนไข้รายใหม่ครับ" เพนกวินวางแฟ้มไว้หน้าลอว์ที่นั่งลงกำโทรศัพท์อย่างพยายามสงบสติอารมณ์ เธอพยักหน้าเบาๆโดยไม่ตอบรับคำอื่นเหมือนกลัวจะหลุดหยาบใส่ลูกน้องอย่างไรอย่างนั้น เพนกวินกำลังจะถอยออกจากห้อง แต่เขาอ้าปากเหมือนมีอะไรจะพูด "เอ่อ... หมอครับ"

 

            "มีอะไร" เสียงเย็นเยียบชวนเอาคนจะพูดขนลุกเลยทีเดียว เขากระแอมไอเล็กน้อยก่อนเปรยขึ้น

 

            “เขาแค่อยากอยู่กับคุณเวลาที่คุณมีปัญหาเท่านั้นเองนะครับ” อย่าถามว่าเขารู้เรื่องได้ไง เล่นขึ้นเสียงกันขนาดนั้น ไม่ได้ยินก็หูตึงแล้ว

 

            "แต่ฉันจัดการเรื่องของตัวเองได้นี่!" ลอว์ตีหน้าง้ำงอใส่ราวกับจะเถียงว่าเธอไม่ผิด

 

            “เรื่องนั้นผมก็ว่าเขารู้ตัวว่าตัวเองแก้ปัญหาให้คุณไม่ได้หรอกครับ แต่ไม่อยากทิ้งคุณไว้ลำพัง เขาเลยคิดว่าไม่แฟร์ที่คุณกีดกันเขามากกว่า”

 

            ลอว์ไม่ตอบอะไร ได้แต่หลบตาอย่างสับสน เธอไม่มีเวลาตั้งสติมากนักเมื่อคนไข้เข้ามา จึงได้แต่เลื่อนเรื่องที่อยู่ในหัวออกไปก่อนอย่างมืออาชีพ

 

 

            ส่วนทางด้านเด็กหนุ่มผมแดง

 

            "เฮ้อ... นายนี่มันสุดยอดแห่งความซื่อบื้อจริงๆ" คิลเลอร์ส่ายหัวระอาเหมือนไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว ส่วนคนซื่อบื้อได้แต่ตีหน้าบูดบึ้งเหมือนเด็กไม่ยอมรับผิด ทีแรกเขาก็คิดว่าเจ้าตัวคงหายไปคืนดีกับคุณหมอสาวแห่งคลินิกฮาร์ท ทุกอย่างจะราบรื่น และวงจรชีวิตปกติก็จะกลับมาอย่างสงบสุข ที่ไหนได้ ไอ้ที่เทศนาไปเมื่อบ่ายดันเข้าหูซ้ายออกหูขวาเสียอย่างนั้น

 

            "ก็หมอไม่ยอมขอโทษก่อนนี่!"

 

            "เขาขอโทษนายไปแล้วเรื่องนึงนา..."

 

            "หมอทำฉันโกรธสองเรื่อง ขอโทษเรื่องเดียวมันจะหายได้ยังไง!"

 

            "อีกเรื่องที่ว่าเธอก็ไม่ได้เป็นคนผิดฝ่ายเดียวเสียหน่อย" แถมมันเป็นเหตุผลที่โคตรจะงี่เง่า คิลเลอร์ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ทำเป็นหยวนๆไปให้เรื่องมันจบๆซะที จะเล่นตัวทำไม

 

            "ไม่รู้แหละ! หมอต้องเป็นฝ่ายขอโทษฉันก่อน!"

 

            "ไม่เกี่ยวไหม ว่าใครขอโทษก่อนหลังน่ะ..."

 

            "เกี่ยวสิ!"

 

            "...งี่เง่าว่ะ" คนเป็นพี่เลี้ยงหรี่เสียงพึมพำแดกดันคล้ายหมดความอดทน แต่คนหูดีก็ดันได้ยินเสียได้

 

            "คิล!"

 

            เจ้าของชื่อแอบเบ้หน้า พอชั่งน้ำหนักได้ว่าถ้าคิดงอนเขาเหมือนงอนหมออีกคน งานนี้คงพูดกันยาก เขาเลยตัดสินใจเบนเข็มแทน "อาๆ แล้วนายจะทำยังไงถ้าหมอไม่ยอมขอโทษนาย?"

 

            "ฉันก็จะไม่โผล่หน้าไปที่คลินิกอีก!"

 

            "..." คิลเลอร์เงียบกริบใส่ เพื่อนตัวโตชักทำตัวเหมือนเด็กอายุห้าขวบกำลังงอนประท้วงที่พ่อแม่ไม่ซื้อของเล่นให้อย่างไรอย่างนั้น

 

            แล้วไอ้ที่ประกาศไว้ว่าจะไม่โผล่หน้าไปที่คลินิกน่ะ อยากรู้ว่าจะทนได้สักกี่น้ำเชียว

 

 

            วันถัดมา

 

            เขาประกาศไว้เสียดิบดีว่าจะไม่มาที่นี่จนกว่าหมอจะพูดขอโทษเขาอีกประโยค แต่ไหงตอนนี้เขาถึงมาป้วนเปี้ยนแถวหลังคลินิกได้ล่ะเนี่ย! ไม่เข้าใจตัวเองเลย!

 

            ร่างสูงเดินวนไปวนมาที่ประตูหลังพลางปั้นหน้าบอกบุญไม่รับจนใครมาเห็นก็ควรจะเลี่ยงไปให้ไกล แต่เขาคงไม่มีอารมณ์มาวิวาทกับคนอื่นในเมื่อตอนนี้ตัวเองยังคิดไม่ตกเกี่ยวกับพฤติกรรมซึ่งสวนทางกับคำพูดโดยสิ้นเชิง

 

            หรือว่าเขาควรง้อหมออย่างที่คิลเลอร์บอกหว่า

 

            …ไม่มีทาง!

 

            แต่ขืนปล่อยไว้แบบนี้เขาต้องบ้าตายแน่ๆ

 

            ...คิดมากไปแล้ว!

 

            ติ๋ง!

 

            หยดน้ำหยดหนึ่งหยดกระทบหน้าผากทำเอาคิดต้องหยุดเดินแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า น้ำหยดที่สองหยดลงตามลงมาก่อนจะเริ่มเพิ่มจำนวนทบเท่าทวีคูณ คิดโคลงศีรษะเซ็งๆใส่ฟ้าฝนก่อนจะตัดสินใจเดินล้วงกระเป๋าจากมาก่อนจะได้ยืนคิดอะไรให้ตกตะกอนเสียก่อน

 

            เวลาเดียวกัน ในคลินิก

 

            นาฬิกาบอกเวลาบ่ายสาม ร่างบางลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยอัตโนมัติก่อนจะชะงักแล้วนั่งลงตามเดิม เมื่อคิดได้ว่าเธอยังทะเลาะกับเด็กหนุ่มอยู่ และเมื่อวานเขาก็ไม่ได้มาเสียด้วย ไม่มีเหตุผลที่ตอนนี้เขาจะรอเธออยู่หลังประตู แม้ว่าเบโปะเดินผ่านห้องเธอไปนั่งจ๋องอยู่ราวกับรอให้เธอเปิดประตูให้ราวกับมันรู้ว่ามีอะไรบางอย่างอยู่หลังประตูอย่างนั้นแหละ

 

            หญิงสาวเคยอยู่คนเดียวได้โดยไม่ต้องเปิดประตูไปหลังคลินิก แต่ตอนนี้การบังคับตัวเองไม่ให้ทำเช่นนั้นมันเหมือนชีวิตขาดอะไรบางอย่างไปอย่างไรอย่างนั้น

 

            ลอว์เคาะปากกาลงกับกระดาษแม้สายตาจะไม่ได้จดจ้องตัวอักษรอยู่เลยก็ตาม

 

            “เฮ้อ!” เหงาจัง…

 

            "หมอครับ กระดาษจะเป็นรูหมดแล้วนะครับ"

 

            ลอว์หยุดมือทันทีที่เพนกวินเดินผ่านมาทัก เด็กหนุ่มสวมหมวกใบโตปิดครึ่งหน้าเดินเข้ามาวางแฟ้มคนไข้ให้กับหมอสาว มองสำรวจอยู่สักพักก่อนทัก

 

            "วันนี้ไม่ออกไปหลังร้านเหรอครับ"

 

            สีหน้าของเจ้านายหญิงเปลี่ยนไปชั่ววินาทีก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมจนเหมือนตาฝาด แต่เพนกวินยืนยันกับตัวเองเงียบๆว่าเขาเห็นหมอทำหน้าสะอึกไปจริงๆ

 

            "ทำไมฉันต้องไปหลังร้านด้วย"

 

            เขารู้กันทั้งคลินิกแล้วหมอ ปากแข็งอะไรอย่างนี้

 

            "...ก็ดีแล้วครับ ฝนตกแบบนี้ออกไปเดี๋ยวจะเป็นหวัด"

 

            “ฝน!?”

 

            ร่างเพรียวสลัดคราบของหญิงสุดมั่น เธอคว้าร่มแล้ววิ่งไปยังประตูทางออกหลัง ท่ามกลางสายตางงงวยของเพนกวิน

 

            ไม่อยู่...

 

            เส้นทางหลังตรอกข้างคลินิกว่างเปล่า มีเพียงสายฝนที่โปรยกระหน่ำเป็นเสียงคล้ายวิทยุอับสัญญาณ และลอว์เพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนั้นว่าการเปิดประตูแล้วกลับมาพบกับทัศนวิสัยแบบที่เคยเจอมันช่างว่างเปล่าแตกต่างจากวันที่ผ่านมา มันส่งผลให้โพรงในหัวใจขยายใหญ่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 

            และต้องยอมรับในใจเงียบๆว่าเธอรู้สึกผิดหวังไม่น้อย

 

            ท่าทางเธอจะชินกับคนไข้คนหนึ่งมากเกินไป มันก็แค่นั้น... หรือไม่จริง?

 

            "มีอะไรรึเปล่าครับคุณลอว์?" เพนกวินถาม ลอว์หันหน้ากลับเข้าไปตอบ

 

            "ไม่มีอะไร"

 

            ดวงตาสีเทามองพื้นที่ว่างเปล่าเฉอะแฉะด้วยน้ำฝนเพียงครั้งสุดท้ายก่อนจะปิดประตูลงพลางภาวนาในใจ หวังว่าเจ้าคนไม่ชอบพกร่มคงไม่ได้เดินตากฝนอยู่ในตอนนี้

 

 

            และอีกวันต่อมา

 

            “ทราฟาลก้าจัง… ทราฟาลก้าจัง!” คนไข้ผมบ็อบสีเข้มโบกมือผอมเรียวแต่งสีที่ปลายเล็บของตัวเองไปมาตรงหน้าหมอสาวที่เอาแต่นั่งใจลอยไปถึงไหนต่อไหน แม้แต่เรียกชื่อแล้วหล่อนก็ยังไม่รู้ตัว เธอเลยลองเรียกซ้ำอีกครั้ง “คุณหมอ!”

 

            “ว่าไงคะ แช็กกี้” ลอว์กระตุกร่างนิดๆก่อนจะกระแอมไอเรียกสติ

 

            “สีหน้าเธอดูไม่ดีเลย เกิดอะไรขึ้นหรือ”

 

            ดวงตาสีเทาเสหลบ “ไม่มีอะไรหรอกแช็กกี้”

 

            “ไม่หรอก เธอไม่เคยเหม่อนี่นา มีเรื่องกลุ้มใจอยู่หรือ” คงโกหกแช็กกี้ไม่ได้ เธอเป็นเจ้าของไนท์คลับชาบอนดี้บนถนนสิบสาม แน่นอนว่าเธอสุขภาพแข็งแรงดี แต่เรย์ลี่ คุณลุงที่อาศัยอยู่ด้วยกันเป็นโรคหอบหืดจนแช็กกี้ต้องแวะมาเอายาที่คลินิกฮาร์ทเป็นประจำ สาวเจ้าของร้านย่านกลางคืนคนนี้เป็นอีกคนที่ค่อนข้างสนิทกับลอว์เพราะเจ้าตัวมักเล่าเรื่องสนุกๆเกี่ยวกับลูกค้าให้ฟังเสมอ แม้เธอจะฟังแล้วไม่ได้แสดงอารมณ์ตื่นเต้นให้เห็นก็ตาม “สีหน้าเหมือนคิดถึงใครอยู่นะจ๊ะ”

 

            คิดถึงเหรอ…?

 

            “เปล่าเสียหน่อย”

 

            “ไม่เอาน่า ฉันบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องผู้ชายหรืออะไรทำนองนี้สินะ” มือผอมยาวของแช็กกี้โบกปัดๆ ลอว์หลบหน้าที่เริ่มส่อแววฟ้องว่าแช็กกี้พูดถูกเข้าไปทุกที เธอไม่ได้เล่าเรื่องของ ยูสทัส คิด ให้ใครฟัง หรืออย่างน้อยกับสองคนหน้าเคาน์เตอร์ที่รู้เรื่องอยู่แล้วเธอก็อายที่จะขอคำปรึกษา ดังนั้นพอเจ้าหล่อนเปรยถึงได้ตรงประเด็น ลอว์เลยแสดงออกทางสีหน้าชัดเจน “แหมๆ คิดถึงผู้ชายคนอื่นเวลางานเนี่ย ท่าทางเขาจะยึดพื้นที่ในใจไปไม่น้อยเลยนะจ๊ะ” แช็กกี้ลองแย็บขึ้นอีกครั้ง ลอว์เผลอหน้าร้อนไปวูบ อยากจะปฏิเสธแต่มันคงเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์เธอจึงยอมถอนหายใจแล้วแง้มเรื่องให้เจ้าของร้านชาบอนดี้ฟัง

 

            “ไม่ใช่เรื่องอย่างนั้นซะหน่อย แค่ทะเลาะกับ...”

            เพื่อน! บอกไปสิว่าทะเลาะกับเพื่อน!

 

            “กับ...?”

 

            โว้ย! พูดไม่ออก!

 

            “...ผ... ผู้ชาย” สีหน้าพ่ายแพ้ปรากฏบนใบหน้าหวานเรียวของคุณหมอคนเก่งในที่สุด แช็กกี้เท้าคางกระตุกรอยยิ้มขึ้นอย่างสนใจ แต่จะตั้งท่าเปิดปากล้วงความลับว่าชายหนุ่มผู้โชคดีคนนั้นเป็นใครก็คงจะรวบรัดเกินไปหน่อยสำหรับคนที่กำลังกลุ้มอกกลุ้มใจ “มันก็แค่เรื่องไร้สาระน่ะแช็ก”

 

            “โถๆ เธอจ๋า ถ้าไร้สาระจริงก็อย่าคิดมากสิจ๊ะ”

 

            ก็นั่นแหละปัญหา เธอห้ามตัวเองแล้วแต่หยุดคิดไม่ได้นี่

 

            “เอาอย่างนี้ไหม คืนนี้แวะไปที่บาร์ของฉันสิ ได้เที่ยวได้ดื่ม เดี๋ยวก็ลืมเองแหละ!”

 

            “ฉันไม่ดื่มเหล้านะแช็กกี้” คิ้วเรียวขมวดลงแย้ง

 

            “ก็หัดซะสิ เวลากลุ้มใจคนอื่นเขาก็ไปดื่มให้เมาหัวราน้ำกันทั้งนั้นแหละ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองนะ!”

 

            ในยามปกติเธอคงไม่มีวันเห็นด้วยกับการดื่มแอลกอฮอล์คลายความทุกข์ ชีวิตหมอสาวเห็นเคสเมาแล้วทำให้หลายสิ่งแย่ลงกว่าเดิมมานักต่อนัก แต่ตอนนี้เธอต้องการเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่ใช่มานั่งรอเปิดประตูหลังให้ใครบางคนอยู่ทุกวันอย่างนี้

 

            อีกอย่าง ทราฟาลก้า ลอว์ เวอร์ชั่นเที่ยวกลางคืนก็อาจจะแจ่มก็ได้ ใครจะไปรู้

 

 

 

 

 

Some people walk in the rain

Others just get wet

 
 
 
 
 
 
----------------------
 
 
TBC
 
ฟีลลิ่งเป็นงี้ โกรธ>น้อยใจ>งอน
เริ่มเอือมใส่ทั้งหมอทั้งกัปตัน แต่เดี๋ยวโยงไปสู่ตอนหน้าไม่ได้ เพราะตอนหน้าจะกลับมาโรแมนติก คุกคิก จิงเกอเบลสไตล์lluvia แล้ว เย้!!!
 
 
 
 
แถมการ์ตูนท้ายตอน //ไม่รู้ใครน่าสงสารกว่ากัน

rain1.jpg

rain2.jpg

edit @ 16 Jun 2015 08:47:03 by -$e!in@-

edit @ 23 Jun 2015 22:50:28 by -$e!in@-

Comment

Comment:

Tweet

โง้ยยยย บทนี้บอกจะอ่านตั้งแต่เมื่อคืน แต่พึ่งได้อ่าน งานทับ.....

สงสารทั้งคู่เลย แต่งานนี้หมอผิดกว่า...ลดทิฐิลงบ้างสิ ชอบที่ยอมรับ..ทะเลาะผู้ชาย ก๊ากกกกกกกกกกก

#5 By Lufe Lufe Lufe on 2015-06-24 09:30

โง้ยยยย บทนี้บอกจะอ่านตั้งแต่เมื่อคืน แต่พึ่งได้อ่าน งานทับ.....

สงสารทั้งคู่เลย แต่งานนี้หมอผิดกว่า...ลดทิฐิลงบ้างสิ ชอบที่ยอมรับ..ทะเลาะผู้ชาย ก๊ากกกกกกกกกกก

#4 By Lufe Lufe Lufe on 2015-06-24 09:30

โฮ่ยยยย ดีกันได้แล้วมั้งคะคุณขาาาา ตอนแรกๆ มันน่ารักมากเลยค่ะะะ อ่านไปยิ้มไป แต่ไปได้แป๊บเดียวแค่นั้นแหละ คุณกัปตันก็จะงอแงงี่เง่าเกินป๊ายย หมอก็เล่นตัว ยอมๆ เขาไปหน่อยก็จบ.. แต่ไม่ดี เดี๋ยวฟิคจบเร็ว 5555555

มาถึงพี่เลี้ยง(?)ของทั้งสองฝั่ง เราชอบเพนนะ รู้สึกว่าเพนพูดดีมากๆ เลยค่ะ ส่วนคุณคิลนี่สงสารแล้วสงสารอีก ชีวิตนายรันทดขนาดไหนถึงต้องมาตามแก้ไขปัญหาชีวิตให้คุณกัปตันแบบนี้ sad smile

รอตอนหน้าอยู่ค่ะ หมอไปบาร์ เดาว่าต้องมีอีเว้นท์เด็ดๆ แน่นอน.. เจอกัปตันทีเถ้อออสาธุ 

#3 By Satsuki D. Miiz on 2015-06-19 15:55

ขัดใจมากค่ะ.. คิดจะเอาแต่ใจไปไหนคะะะะ จอมเล่นตัวอีกแน่ะ.. สงสารคุณหมอ คุณหมอเค้าขอโทษแล้วแท้ๆ เข้าใจความรู้สึกคิลเลยค่ะ 5555 เพน ไปว่าคุณหมอแบบนั้นระวังโดนดีดออกจากคลีนิกระ5555 ยิ่งซึนๆกันอยู่
ทำไมฝนต้องตกผิดเวลาด้วยคะ.. เสียใจมาก ตอนหน้าหมอจะเข้าบาร์แล้วสินะะะ อยากเห็นน ///w///
ปล. ชอบรูปแฟนอาร์ตมากค่ะ ;;-;;

#2 By Merr on 2015-06-15 20:04

งืออออออออออ คิดแม่งงี่เง่าาาาาาา
ขี้งอนนนนนนน สงสารเบโปะ 555
โอ๋ๆ หมาน้อยๆ ชอบภาพจังเลยค่ะ

#1 By bam on 2015-06-15 16:55