[AUFic onepiece] lluvia KidXlaw (5/?)

posted on 01 Jun 2015 21:10 by selina-de-endless in Onepiece

AUFic Onepiece : lluvia

Paring : Kid X Law (Fem)

Authors : เซรินะ , SDEndless (Twitter: SDEndless)

Warning : Normal PG ใสๆ กุ๊งกิ๊งๆ

Summary : หมอสาวคนสวยกับเด็กน้อยคนเดิม เอาจริง ไม่มีใครเคยบอกว่าวันที่ฝนตก แรงดึงดูดมันจะเยอะขนาดนี้ *-*

 
-------------------------------
 
 
 
 

The storm has come.

 

It blows everything away.

 

 

 

 

            ความลับไม่มีในโลก

 

            “ลอว์... จากนี้ไปเธอจะเป็นแค่ทราฟาลก้า ลอว์”

 

            ยิ่งเก็บความลับไว้นานเท่าใด วันที่เผลอเปิดมันอีกครั้งจะยิ่งพังทลาย

 

            “ขอโทษนะ แต่นี่เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง จงอย่าให้ดอฟฟี่รู้เรื่องชื่อดี.เป็นอันขาด”

 

 

            ห้วงนิทราถูกทำลายลงด้วยเสียงนาฬิกาปลุกกรีดร้องเสียงแหลม มันสะท้อนก้องแสบหูจนคนที่ชินกับเสียงปลุกเดิมๆทุกๆวันต้องเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน หลอดไฟขดเป็นวงกลมบนฝาเพดานห้องอันคุ้นเคยคือสิ่งที่ฉายอยู่ในดวงตาเป็นอย่างแรก แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านช่องของผ้าม่านทำให้เห็นสิ่งต่างๆชัดเจนรวมถึงบ่งบอกได้อีกว่าตอนนี้เป็นเวลาอะไร

 

            ยังไม่สายสินะ

 

            แขนเรียวสีคร้ามแดดสลักรอยสักโฉบเฉี่ยววาดขึ้นไปกดปิดนาฬิกาปลุกบนหัวเตียง ก่อนจะเลื่อนมือคว้าโทรศัพท์มือถือข้างๆนาฬิกาเสียงแหลมติดมือมาด้วย

 

            อา... เมื่อคืนเราทำอะไรลงไปเนี่ย

 

            ลอว์เปิดอ่านข้อความที่คุยกันกับเจ้าของเบอร์ล่าสุดในเครื่องเกินกว่าร้อยฉบับ ทั้งหมดไม่ได้มีเรื่องอะไรเกินไปกว่าการบ่นขรมของอีกฝ่ายปนถามเรื่องราวประจำวันทั่วไป ซึ่งการตอบข้อความจนดึกจนดื่นมันดูไม่สมกับเป็นเธอสักเท่าไหร่ แต่นั่นแหละ กว่าจะมาสำนึกตัวได้ก็ตอนที่ตื่นขึ้นมาอ่านข้อความย้อนอยู่นี่ไง

 

            ทั้งๆที่จุดประสงค์หลักของเธอคืออยากให้เด็กหนุ่มเล่าเรื่องที่เจ้าตัวเก็บเงียบแท้ๆ แต่หลังจากสนทนากันจนเพลินลอว์ก็มาคิดได้อีกทีว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มเก็บไว้อาจจะเป็นเหมือนกับกล่องแพนโดร่าที่ไม่ควรเปิดก็เป็นได้

 

            เพราะอย่างนี้ล่ะมั้ง เมื่อคืนเธอถึงได้ฝันถึงกล่องแพนโดร่าของเธอ

 

            ศีรษะได้รูปส่ายไปมา ตลบผ้าห่มออกและละจากที่นอน คว้าผ้าขนหนูจากราวแขนขึ้นโปะพาดทับรอยสักที่ลามไปถึงด้านหลัง เริ่มกิจวัตรประจำวันตามเวลาเดิมๆอย่างเช่นทุกวันโดยเลิกให้ความสนใจกับเรื่องที่คิดเมื่อครู่ไปเสีย

 

 

            “--เฮ้! ฉันจะกลับอิตาลีคืนนี้แล้วนะ--“

 

            หมอสาวทำสีหน้าปะหลับปะเหลือกใส่โทรศัพท์ส่วนตัวอย่างอดไม่ได้ เสียงปลายสายคนที่โทรมาทวงไม่มีทางเป็นใครอื่นนอกจากพี่ชายเจ้าปัญหาของเธอ “รู้แล้วน่า นายบอกฉันเป็นรอบที่ห้าแล้วนะดอฟฟี่”

 

            “--แล้ว?—“

 

            “เวอร์โก้ก็บอก โมเน่ก็บอก เบบี้ไฟว์กับบัฟฟาโล่ก็ย้ำแล้ว”

 

            “--แล้ว?...—“ เสียงปลายสายเหมือนเด็กประถมลุ้นระทึกรางวัลจับฉลากราคาถูกอย่างไรอย่างนั้น ลอว์ยกนิ้วขึ้นนวดหว่างคิ้วอย่างปวดหัว

 

            “เสียใจ คืนนี้ไปส่งไม่ได้หรอกนะ”

 

            “--อะไรกัน!?—“ ปลายสายโอดครวญ

 

            “ขอเลย อย่างอแง ฉันก็มีการมีงานของฉัน นายเองก็มี ทำไมไม่กลับไปทำงานของนายซะล่ะ” ลอว์ย้ำกับเจ้าของธุรกิจส่งออกดองกี้โฮเต้ ปกติดอฟฟี่ไม่เหลวไหล เขาออกจะเข้มงวดในการบริหารเสียด้วยซ้ำ ยกเว้นเรื่องครอบครัวไว้หนึ่งเรื่อง

 

            “ก็ได้~ ยอมแล้วๆ” และหลังจากวางสายนั้น ลอว์รู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น หมอสาวลุกออกจากที่นั่ง เปิดประตูออกจากห้องตรวจและตรงไปหาชาจิกับเพนกวินที่เคาน์เตอร์ “เฮ้ บ่ายนี้เรามีนัดกับคนไข้กี่รายน่ะ?”

 

            “เอ่อ... ก็... ไม่มีครับ” ชาจิเช็คให้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าหมายเหตุยกเว้นรายพิเศษที่มักไม่ได้เดินเข้าทางหน้าคลินิกทุกวัน

 

            “ก็ดี ถ้าดอฟฟี่มาล่ะก็บอกฉันด้วยนะ”

 

            “นายน้อยจะมาเหรอครับ?” เพนกวินถามย้ำอย่างประหลาดใจเพราะเขาเป็นอีกคนที่จำได้ว่านายน้อยแห่งดองกี้โฮเต้มีตารางบินกลับอิตาลีวันนี้ ซึ่งสาวเจ้าก็ยักไหล่แล้วให้คำตอบครึ่งๆกลางๆว่า

 

            “ไม่รู้สิ แต่ฉันเดาว่าน่าจะเป็นแบบนั้นนะ”

 

            คนอย่างดอฟฟี่น่ะหรือจะอยู่เฉยถ้าเกิดไม่ได้อย่างใจ แต่การที่พี่ชายจะโผล่มาป่วนที่นี่ก็อาจจะดีกว่าให้เธอถ่อไปสนามบินก็ได้ อย่างไรทางเลือกมันก็มีเท่านี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

            เตรียมอะไรให้ดี? อา... จะว่าไปเราพลาดงานเลี้ยงส่งไปหลายครั้งสินะ

 

            ลอว์เหลือบมองหน้าร้านอย่างช่างใจ ตอนนี้ยังไม่มีคนไข้ให้เธอต้องรับผิดชอบ ร่างบางจึงเผ่นแผล็วขึ้นไปยังชั้นสองของร้าน ตั้งแต่ฝากเบโปะไว้กับดอฟฟี่เธอก็ทำความสะอาดชั้นสองที่เป็นที่อยู่ของเจ้าตัวโตจนไม่เหลือขนของมันให้ระคายจมูกสักเส้น มือบางผลักหน้าต่างออกรับลมเย็นยามสายที่พัดเข้ามาอย่างอ่อนโยน ลากโต๊ะกลมทำจากไม้โอ๊คที่ไม่ค่อยได้ใช้งานมั้งตั้งไว้ตรงกลางห้อง ขุดผ้าสีขาวสะอาดจากชั้นวางมากางคลุมไว้แทนผ้าคลุมโต๊ะ ย่องลงมาหยิบแจกันบนโต๊ะทำงานที่ชั้นล่าง รวบดอกไม้เก่าทิ้งลงในถังขยะ เทน้ำที่อยู่ในแจกันใบนั้นมานานลงอ่างล่างมือแล้วกรอกน้ำใหม่ใส่ลงไปก่อนจะนำขึ้นไปวางบนโต๊ะชั้นบน

 

            หลังจากนั้นชาจิก็ขัดจังหวะโดยการบอกว่าเธอมีคนไข้รายแรกของวัน ลอว์ลงมาทำหน้าที่อยู่กว่าสิบห้านาทีกว่าจะส่งเขากลับออกจากห้องตรวจ เมื่อพ้นสายตาเธอก็หยิบกระดาษขึ้นมาจดบางอย่างด้วยดินสอ

 

            ดอฟฟี่มักบ่นเรื่องเบื่ออาหารอิตาเลี่ยน แต่ระยะเวลาหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาคงทำให้เจ้าตัวเบื่ออาหารญี่ปุ่นเช่นกัน ดังนั้นอาหารจีนน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี

 

            ส่วนดอกไม้ รู้ๆกันอยู่ว่าดอฟฟี่ชอบสีแดง ถึงจะไม่ใช่สีโปรดของเธอก็ตามแต่มันคงดีหากมีสีอื่นมาตัดสีขาวอันดาษดื่นของคลินิกไม่ให้มันดูปลอดเชื้อมากเกินไป และกุหลาบน่าจะเป็นทางเลือกที่เบสิคและหาง่ายที่สุด ลอว์ตัดสินใจเขียนคำว่า กุหลาบสีแดง และ เดซี่สีขาว ลงในใบรายการต่อจากอาหารจีน

 

            มือเรียวเคาะปลายดินสอลงบนแผ่นกระดาษพลางเหม่อมองสิ่งที่เธอสั่งอย่างหวนรำลึก

 

            กุหลาบแดง... เดซี่ขาว...

 

            ดอฟฟี่อาจชอบกุหลาบสีแดง และเธออาจชอบเดซี่สีขาว

 

            แต่สำหรับคุณโครา เขาชอบทั้งคู่

 

 

            “เธอชื่อลอว์ เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักใช่ไหมล่ะ ดอฟฟี่” มือใหญ่หนาหนักของเจ้าของเสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์กดขยี้ลงบนหมวกขนสัตว์ที่เธอสวมทับอย่างมันเขี้ยว เรียกให้เด็กผู้หญิงน่ารักในประโยคที่เอาแต่ก้มหน้าตลอดนับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาสู่เคหาสน์สถานของตระกูลดองกี้โฮเต้ต้องเงยหน้าถลึงตาเขียวคล้ำใส่อย่างไม่ชอบใจ

 

            “หา? น่ารัก? ฉันว่านายต้องไปเช็คสายตาใหม่แล้วมั้งโคราซอน” คนถูกชี้ชวนเหมือนจะไม่เห็นด้วย นิ้วชี้ผอมยาวของเจ้านายสูงสุดของบ้านจิ้มลงบนอกน้องชายสุดรักของตัวเองแรงๆ

 

            “หึ ฉันก็ไม่ได้สนเรื่องนั้นนักหรอก” เด็กผู้หญิงคนเดียวในบทสนทนากอดอกเชิดหน้าอย่างถือดีเกินวัย นั่นเรียกสายตาให้ผู้มากอายุกว่าทั้งสองก้มลงมอง สายตาหลังกรอบแว่นกันแดดมีราคาคู่แรกออกจะหนักใจกึ่งๆไปทางระอา แต่อีกคู่หนึ่งกลับประกายสนใจขึ้น ดองกี้โฮเต้ โดฟลามิงโก้ฉีกยิ้มกว้าง

 

            “โฮ่ นี่มันธรรมดาเสียที่ไหน อีหร็อบนี้ต้องเป็นฉันสินะที่ควรไปเช็คสายตาน่ะ” ร่างสูงโย่งย่อตัวลงนั่งชันเข่า และต้องค้อมตัวอีกนิดเพื่อให้ระดับสายตาอยู่เท่ากับศีรษะของเด็กหญิง สายตาวาวระยับหลังแว่นนั้นแม้จะมองเห็นได้ไม่ชัด แต่เด็กหญิงผมสีเข้มประบ่ามั่นใจเหลือเกินว่ามันจะเป็นภัยต่อตัวเธอ “ไหนลองบอกซิ เธอเป็นใคร มาจากไหน”

 

            มือของคนที่พาเธอก้าวเข้าสู่อาณาเขตตระกูลใหญ่ลอบบีบแน่นอย่างหวังว่าเธอจะทำตามข้อตกลง

 

            ทิ้งชื่อ ทราฟาลก้า ดี. วอเตอร์ ลอว์ ไว้ซะ และอย่าได้เอ่ยมันขึ้นมาอีก...

 

            เหงื่อเม็ดเล็กผุดพราย แต่สายตาของเด็กหญิงกลับเฉียบคมเกินวัย “ทราฟาลก้า ลอว์ พ่อแม่เป็นหมอ และทั้งคู่ตายแล้ว”

 

            เธอไม่อยากอยู่คนเดียว อยากได้ชีวิตใหม่ และข้อเสนอเดียวก็คือทิ้งตัวอักษรของชื่อกลางไปเสีย เธอก็จะทำ

 

            จะกลายเป็นแค่ ทราฟาลก้า ลอว์ ให้ดู

 

            “หมอรึ? ของดีนี่นาน้องชาย” คนผมทองสวมในชุดสูทคลุมด้วยเสื้อขนนกสีแสบตาเงยหน้าจนคอตั้งฉากขึ้นมองน้องชายแท้ๆของตัวเองพร้อมด้วยริมฝีปากปริกว้างสมใจ ช่วงแขนยาววางพาดบนไหล่เล็ก ทิ้งน้ำหนักจนเด็กหญิงทรุดลง เธอตีหน้ายักษ์ใส่เจ้าบ้านอย่างไม่ชอบใจ “เอาล่ะ ยินดีต้อนรับ จากนี้ไปเธอจะกลายเป็นสมบัติของดองกี้โฮเต้แฟมิลี่ น่าสนุกดีใช่ไหมล่ะ น้องสาว?”

 

            เวลาผ่านไปเกือบปี เด็กสาวหน้าตาคล้ำโทรมไม่เคยฉายแววเป็นมิตรกับใครในเด็กวัยเดียวกัน แต่ถึงกระนั้นคนในแฟมิลี่ไม่มีใครเลยสักคนที่รังเกียจเธอแม้ปากจะบอกว่าขนลุกก็ตาม ลอว์ถูกคาดหวังไว้มาก แม้ว่าจะยังเด็กแต่เธอฉลาดพอจะเข้าใจเรื่องยากๆได้ในเวลาไม่นานซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำให้เธอโดดเด่นกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่างเบบี้ไฟว์หรือบัฟฟาโล่

 

            อย่างแรกที่เธอเรียนรู้คือโคราซอนไม่ใช่ชื่อจริง มันคือชื่อตำแหน่งในแฟมิลี่ หน้าที่คือทนายความบริษัท เวอร์โก้เคยพูดไว้ว่าบริษัทใหญ่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไร หัวใจมักจะอยู่ที่ทนายเสมอ ทนายดีเกราะป้องกันย่อมดี

 

            อีกอย่างคือ... พวกเขาคาดหวังให้เธอเป็นโคราซอนคนต่อไป

 

            เสียงพลิกกระดาษเรียกสติสายตาที่เหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่างให้กลับมาสนใจสันหนังสือใหญ่โตที่ตั้งอยู่บนตักของผู้เฝ้าอาการ วันนี้อาการของโรซินันเต้ไม่ค่อยดีดอฟฟี่จึงคะยั้นคะยอให้เขานอนพักอยู่บนเตียง ซึ่งปกติแล้วจะร้างคนเฝ้าจนกระทั่งปีที่ผ่านมา วันใดที่เขาอาการไม่ดีขนาดลุกจากที่นอนก็ยังไม่ไหว เด็กหญิงหมวกขนสัตว์มักจะเป็นคนที่อยู่ข้างๆเสมอ

 

            “กุหลาบนั่น ดอฟฟี่เอามาให้สินะ” โคราซอนคนปัจจุบันทักเรื่องดอกไม้สดใหม่ในแจกันแก้วบนหัวเตียง สีแดงของมันทำให้นึกถึงผู้เป็นพี่ชายที่แม้จะมีการงานล้นมือก็ยังคงมีเวลาว่างในการดูแลครอบครัวเสมอ และแม้ว่าจะไม่มีใครมีเวลาว่างให้เขาเลยก็ตาม ดอฟฟี่มักจะจัดกุหลาบแดงให้โจร่านำมาไว้ที่ห้องเขาเป็นประจำตั้งแต่ก่อนหน้าที่ลอว์จะมาอยู่ที่นี่

 

            แต่เด็กหญิงกลับทำหน้าปั้นปึง “ดอกไม้น่าเกลียด” มือเล็กๆกระแทกตำราแพทย์ปิดลงแล้วกระโดดผึงลงจากเก้าอี้ตัวสูง หายหน้าหายตาไปสักพักก่อนจะกลับมาพร้อมกับโหลแก้วใส่น้ำบรรจุดอกไม้ที่พยายามจัดแต่งอย่างพิถีพิถันเท่าที่มือเล็กๆคู่นั้นจะทำได้

 

            เดซี่สีขาว

 

            “นี่สิถึงเรียกว่าสวย” เด็กหญิงอมยิ้มเหนือชั้นก่อนจะลงมือขยับแจกันกุหลาบแดงที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องใบนั้น แล้วแทนที่มันด้วยโหลเดซี่อย่างใจกล้า และกลับมานั่งอ่านหนังสือต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

            ตลอดวันมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ จนกระทั่งเจ้าของกุหลาบแดงกลับมาเมื่อถึงเวลามื้อค่ำ

 

            “กุหลาบ” คนสูงวัยกว่าเปิดประเด็น

 

            “เดซี่” เด็กหญิงเชิดหน้าใส่อย่างถือดี

 

            “กุหลาบ”

 

            “เดซี่”

 

            “กุหลาบ!”

 

            “เด!...”

 

            เสียงทุ่มเถียงถูกขัดด้วยเสียงหัวเราะเบิกบานของใครบางคน ภายในห้องอันเงียบเหงา อบอวลไปแต่บรรยากาศของความป่วยไข้ ถูกเติมเต็มด้วยความมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกขั้นเมื่อเสียงของผู้คนที่ให้ความสำคัญกับเขาดังขึ้นภายในห้อง พี่ชายคนโตกับน้องสาวคนเล็กสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมายก่อนจะสะบัดหน้าไปคนละทาง เสียงชิชะเฉือดเฉือนกันเบาๆในอากาศจนคนกลางอย่างเขาอดไม่ได้ที่จะต้องปลอบโยน

 

            “น่าๆ... จะกุหลาบหรือเดซี่ฉันก็ชอบทั้งคู่นั่นแหละ”

 

            นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันสุดท้ายที่ โคราซอน โรซินันเต้ ยังได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของห้องนั้น ไม่มีสักวันที่แจกันสองใบจะไม่ถูกประดับด้วยดอกกุหลาบและดอกเดซี่

 

 

            “โทษทีนะ ช่วยไปซื้อของในใบรายการนี่มาให้หน่อยสิ” ลอว์ไหว้วานชาจิหลังเธอเขียนใบรายการเสร็จ ผู้ช่วยหนุ่มเกาหัวแล้วรับมันมาไล่สายตาตรวจสอบ เพนกวินชะโงกหน้าเข้ามาร่วมรับรู้ด้วยและทั้งสองเข้าใจตรงกัน

 

            “จะเซอร์ไพรส์นายน้อยเหรอครับ”

 

            “ประมาณนั้น” ลอว์ตอบรับโดยไม่ตะขิดตะขวงสักนิด

 

            “อ่ะ ถ้างั้นผมไปเองครับ” ชาจิรับหน้าที่พลางฝากเคาน์เตอร์ให้อยู่ในความดูแลของเพนกวินแทน ลอว์พึมพำขอบคุณเบาๆก่อนจะต้องกลับเข้าห้องตรวจไป รับแขกสองสามรายก่อนจะวางมือ จากนั้นก็ออกมารอที่เคาน์เตอร์เป็นเพื่อนเพนกวินแทนชาจิที่ไม่อยู่

 

            ชาจิหายไปเกือบสองชั่วโมงเขาก็กลับมาตามของที่สั่ง รวมทั้งจานชามและตะเกียบชุดใหม่

 

            “ขอบใจนะชาจิ”

 

            “ไม่เป็นไรคร้าบ~” เจ้าตัวยิ้มรับหน้าบาน ลอว์ผลุบหายไปจัดดอกไม้ลงแจกัน จานวางเรียงกันตามตำแหน่งแต่เธอเลือกที่จะยังไม่เทอาหารลงในนั้น ดวงตาสีเงาฝนแหงนเงยขึ้นมองนาฬิกาเรือนเล็กบนฝาหนังพลางนึกขึ้นได้ถึงนัดกับใครอีกคนในทุกๆวัน และลอว์เลือกใช้วิธีส่งข้อความไปหาอีกคนเพื่อเลื่อนนัดไปก่อน

 

            ‘เฮ้ ฉันว่าวันนี้คุณน่าจะมาสายหน่อยนะ ดอฟฟี่จะมาที่คลินิกน่ะ เดาว่าคุณคงไม่อยากเจอเขาเท่าไหร่’

 

            รอเพียงไม่นาน ข้อความอีกฉบับก็ตอบกลับมา

 

            ‘ตามนั้น ผมไม่อยากรับมือกับพี่ชายคุณสุดๆไปเลย’

 

            ลอว์กระตุกยิ้มย่อง ท่าทางเด็กหนุ่มจะเข็ดกับดอฟฟี่อีกนานหลังจากโดนคุกคามไปเมื่อคราวก่อน ซึ่งมันไม่ใช่ปฏิกิริยาที่ผิดปกติแต่อย่างใดสำหรับคนที่เพิ่งเคยเจอกับดอฟฟี่

 

            เอาเถอะ ดอฟฟี่เองก็ไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาอยู่ใกล้คนในครอบครัวอยู่แล้ว สองคนนี้ไม่เจอกันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับสองฝ่าย

 

            เสียงวิ่งตึงตังตามบันไดดังขึ้น ชาจิโผล่หน้าขึ้นมาเกาะขอบชั้นสองด้วยหน้าตาตื่นตระหนก “หมอครับ คุณมีแขก”

 

            “ดอฟฟี่เหรอ?”

 

            “ป... เปล่าครับ” ชาจิหน้าซีด ก่อนจะได้เฉลยว่าคนๆนั้นเป็นใคร เสียงตึงตังก็ดังมาจากชั้นล่างของคลินิกฮาร์ท

 

            “โท~รา~โอะ~”

 

            และแล้วหมอสาวก็ต้องหน้าถอดสีตามลูกน้องในบัญชาอย่างช่วยไม่ได้

 ชื่อที่อุทานพึมพำเหมือนกับเป็นชื่อต้องห้ามที่ไม่ควรปรากฏที่คลินิกในเวลานี้มากที่สุด “ลูฟี่...” หมอสาวตั้งสติ วางมือจากการจัดโต๊ะทั้งหมดแล้วรีบลงมายังหน้าเคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว

 

            “โทราโอะ! ดูนี่สิ ฉันเลือดกำเดาไหลไม่หยุดเลยอ่า” คนมาเยือนหันมาทำหน้างอแงใส่พลางชี้ที่จมูกตัวเอง เลือดสีข้นไหลเป็นทางและไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ลอว์ไม่มีเวลาถามสาเหตุว่าเจ้าตัวไปทำอะไรอีท่าไหนถึงได้มีสภาพแบบนี้ ที่สำคัญกว่านั้นคือเธอต้องไล่ลูฟี่ออกไปจากคลินิกให้เร็วที่สุด

 

            “ลูฟี่... ลูฟี่! ฟังฉัน นายต้องออกไปจากที่นี่ก่อน เอานี่! ทิชชู่” มือบางฉวยเอาทิชชู่สามสี่แผ่นออกจากกล่องหน้าเคานท์เตอร์ ส่งให้คนเลือดท่วมจมูกและดันหลังเด็กหนุ่มไปยังทางออกด้านหลัง

 

            “แต่ว่ามันไม่หยุดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ! ช่วยหน่อยสิ!”

 

            “ไม่ใช่ตอนนี้ ขอล่ะ! ดอฟฟี่กำลังจะมาที่นี่นะ...”

 

            ประตูหน้าคลินิกเปิดออก พวกชาจิและเพนกวินเงยหน้าขึ้นอย่างหวาดระแวงแทน หัวใจพวกเขาแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อเห็นว่าใครมาเยือนในเวลานี้

 

            “อ... เอ้อ... น... นายน้อย” ชาจิแกล้งส่งเสียงดังเพื่อให้ลอว์ที่อยู่ด้านในคลินิกได้ยินและเตรียมรับมือทัน ทั้งคู่ภาวนาในใจอย่างหวังว่าคุณหมอสาวจะจับเด็กหนุ่มสายเลือดดี.โยนออกไปทางประตูหลังแล้ว “คุณลอว์... กำลังรออยู่พอดีเลยครับ”

 

            “หือ? รู้กันแล้วหรือว่าฉันจะมา” นายน้อยแห่งบ้านดองกี้โฮเต้โค้งตัวค้ำหัวอยู่หน้าเคาน์เตอร์อย่างคุกคามเหมือนปกติ ท่าทีเหล่านั้นบ่าวบ้านดองกี้โฮเต้ทุกคนควรรับสภาพและชินชา แต่ในสถานการณ์ที่ประเมินแล้วมีสิทธิ์ทำให้นายน้อยเลือดขึ้นหน้าพวกเขาเองก็ควรรู้ว่าเสี่ยงถูกฆ่าตายจากโทสะได้เหมือนกัน

 

            “ค...ครับ คุณลอว์บอกไว้อย่างนั้น”

 

            “หืม? รู้ใจกันแบบนี้น่าประทับใจจัง” ศีรษะใหญ่โตโคลงไปมา

 

            “แล้วนายจะประทับใจมากกว่านี้อีกถ้ารู้ว่าฉันเตรียมเซอร์ไพรส์อะไรไว้ให้” คนที่หายไปหลังร้านอยู่นานก้าวฉับๆผ่านมาหน้าเคาน์เตอร์อย่างมั่นใจไร้พิรุธ ชาจิกับเพนกวินลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกในระดับหนึ่ง

 

            “พี่ชายซาบซึ้งจัง” โดฟลามิงโก้ฉีกยิ้มแลดูร้ายกาจพลางชะโงกหน้าเข้ามาเสียใกล้จนฝ่ามือบางของคนเป็นน้องต้องยกขึ้นยันอย่างไร้อารมณ์

 

            “พอเลย ขยะแขยงน่า”

 

            “ใจร้ายเชียว” ดอฟฟี่กางมือยอมแพ้พลางกลั้วหัวเราะกุกกักในลำคอ “เอาเถอะ! ไหนๆก็มาแล้วพี่ชายว่าเราน่าจะใช้เวลาคุยกันยาวๆเนอะ ที่ห้องตรวจเธอก็ได้ ยังว่างใช่ไหมล่า~”

 

            “นายไม่ใช่คนป่วยเสียหน่อย ไปชั้นสองไป” ลอว์พยักเพยิด

 

            “ฉันป่วยอยู่ทุกวัน”

 

            “ป่วยเป็นบ้าน่ะสิ”

 

            “หยาบคายแท้ๆ”

 

            ลอว์กลอกตาเอือมระอา เธอดันหลังดอฟฟี่ให้ออกเดินในขณะที่หันกลับมาส่งสัญญาณมือให้ผู้ช่วยทั้งสองยิกๆ และหวังว่าทั้งสองจะรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร

 

            “ว่าแต่ที่ว่าจะคุยล่ะ เรื่องอะไร” ลอว์เบนความสนใจระหว่างดันหลังดอฟฟี่ขึ้นบันไดแคบๆซึ่งพี่ชายตัวสูงไม่ค่อยจะชอบใจนักเมื่อหัวตัวเองเกือบจะโขกพื้นของชั้นลอยจนต้องก้มลงต่ำ ระหว่างนั้นชาจิกับเพนกวินรีบย่องไปเปิดประตูห้องตรวจและลากเด็กหนุ่มตระกูลดี.ออกมา ลอว์หันหลังมาโบกมือไล่ให้เจ้าตัวรีบหนีออกประตูหลังไปเสีย

 

            “อา! ก็ไอ้นี่แหละ ที่นี่ไม่แคบไปหน่อยหรือ ความสามารถอย่างเธอน่าจะไปอยู่ที่โรงพยาบาลใหญ่ๆนา” ลอว์หันศีรษะกลับมารับหน้าพี่ชาย รู้สึกฝ่ามือชื้นจนเริ่มคุมไม่อยู่ ได้แต่ภาวนาว่าเมื่อครู่ดอฟฟี่จะไม่หันมาเห็นตัวของลูฟี่

 

            “ไม่เอาหรอก ฉันชอบที่นี่นี่นา...”

 

            “แต่ฉันไม่” เสียงของฝ่ายพี่ชายเย็นเยียบลงฉับพลัน หญิงสาวชะงักก้าวที่กำลังพาพี่ชายและตัวเองขึ้นบันได เริ่มรู้สึกไม่ดีกับแววตาหลังกรอบแว่นที่ทอดต่ำลงมองสบกับดวงตาของตัวเธอ เสียงทุ้มแปรเปลี่ยนและมันแฝงแววกึ่งบังคับมากขึ้นทุกที “ฉันอยากให้เธอย้ายไปที่อิตาลีกับฉัน อาจจะทำงานที่โรงพยาบาลสักที่ ไง เป็นข้อเสนอที่ไม่เลวนะว่าไหม”

 

            จู่ๆในปอดลอว์ก็จับแข็งเหมือนเดินเข้าไปหายใจในห้องดับจิต ขนอ่อนแถวๆต้นคอลุกชันอย่างหวาดเกรง ก่อนที่เธอจะค่อยๆคุมลมหายใจตั้งสติใหม่

 

            โอเค ดอฟฟี่พยายามจะใช้ไม้แข็งกับเธอ และเธอเรียนรู้แล้วว่าต้องโต้ตอบอย่างไร

 

            “คือว่า...”

 

            “โทราโอะจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!”

 

            ประโยคนั้นเหมือนสั่งให้หัวใจเธอหยุดเต้นเฉียบพลัน สมองว่างเปล่าไม่ยอมทำงานทั้งๆที่ในมโนสำนึกรู้ดีว่าเวลานี้ควรจะใช้งานมันมากที่สุด แผ่นหลังบางใต้เสื้อกราวซึมชื้นไปด้วยเหงื่อทั้งๆที่มือเย็นเยียบเหมือนศพ สายตาของเธอบันทึกภาพใบหน้าเกรี้ยวกราดอย่างที่ในชีวิตนี้ลอว์ไม่เคยเห็นมาก่อนของดอฟฟี่ ซึ่งกำลังมองเลยไหล่ไปยังเด็กหนุ่มผมดำผู้ยืนอยู่ข้างหลังเธอ

 

            ตอนนั้นเองที่หญิงสาวรับรู้ว่าช่วงเวลาสิบสามปีของเธอพังทลายลงอย่างรวดเร็ว

 

            ลอว์หลับตาลงและได้แต่ภาวนาว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงแค่ฝันร้ายตื่นหนึ่งเท่านั้น

 

 

 

 

Come break me down

Come…

And bury me

 
 
 
 
 
------------------------
 
TBC เร็วๆนี้
 
ตอนนี้ยาวมาก เลยตัดสินใจหั่นครึ่งมันเป็น2ตอนเสีย
 
ส่วนรูปตอนนี้ไม่มีนะแจ๊ะ เดี๋ยวไปรวบยอดเอาตอนหน้า
 
แล้วเจอกันในอีกไม่กี่อึดใจ
 
 
 
 

edit @ 2 Jun 2015 22:36:41 by -$e!in@-

Comment

Comment:

Tweet

........ลูฟี่ คิดก่อนทำซิลูก!!!!!!!!!!!!
ปวดตับแทนลอว์ ดอฟฟี่บทจะโหดก้โหดเกินน
รอตอนหน้านะค่ะ //ลุ้นมากใครจะอยู่ใครจะไป เอ๊ะ ไม่ใช่ซิ 55555555

#4 By bam on 2015-06-02 00:41

ตอนแรกนึกว่าดอฟฟี่จะดูเถื่อนน้อยกว่าในต้นฉบับ... คิดผิดจริงๆค่ะ ฟฟฟฟฟฟ
ฉากย้อนอดีตดูอบอุ่นมากค่ะ ฮือ ;;7;; ถึงคุณโคราจะป่วยก็เถอะ ชอบฉากที่ทั้งสองคนเถียงกันเรื่องดอกไม้มากค่ะ555 มุ้งมิ้งกันตามประสาพี่น้อง

กัปตันเป็นตัวประกอบไปซะเถอ---

อา.. ลูฟี่ ก่อเรื่องหนักให้คุณหมอแล้วไง..

รอตอนต่อไปค่า ;7;/

#3 By Merr on 2015-06-01 22:51

ขอครั้งเดียวนะคะท่านเซรินะ...ที่เม้นนี้จะดูน้อยนิดไปหน่อย

แบบว่าอ่านจบแล้วมีแค่ประโยคเดียวในหัวเลยค่ะ

.
.
.
ฟี่...ทำไมทำงั้นล่ะลูก!!! =[  ]=|||  
///ผิดประเด็นอย่างที่สุด...ช็อค

#2 By Hina_Sakura on 2015-06-01 22:33

ขอรวบยอดคอมเม้นตั้งแต่ตอนที่สามยาวถึงตอนนี้เลยนะคะ คือเอ็กซ์ทีนไม่ยอมให้เม้นต์ค่ะ...พึ่งได้มาเปิดคอม
แอบชอบตอนนึกหน้าคิดเหวอที่คุณหมอบอกว่าเป็นเลสเบี้ยน จริงๆหมอน่าจะแกล้งเด็กต่อนะคะ ถ้าไม่ติดว่าหงอยซะขนาดนั้น ฉากเอาตัวบังน้ำให้คือหล่อมาก...หล่อแบบ ถ้าไม่ใช่พระเอกก็มาตบหน้ากันเลยเถอะค่ะ โคตรหล่อ โอ้โห หล่อมาก
แต่บทนี้หมอระวังตอนน้อยมากกกกกกกกก คือให้เข้าห้องมาอาบน้ำไม่เท่าไหร่หรอก แต่ดูเธอแต่งตัว ถึงคุณยูสทัสจะดูโง่ๆแต่ก็เป็นผู้ชายนะคะคุณหมออออออ เป็นคนอื่นเขาอาจจะไม่ทนก็ได้ แต่นี่คือคุณยูสทัสที่เป็นพระเอกและหล่อมาก...
แล้วก็..อย่าให้จับได้นะว่าคนบ้าที่ไหนบอกว่าหมอไม่สวย ขนาดเป็นผู้ชายยังหุ่นสวยเลย!

บทสี่
หมอขอเบอร์หนุ่ม ขอเบอร์ก่อนด้วย ถึงจะเก๊กมาดขรึมแต่ขอเบอร์ก็คือขอเบอร์ ถ้าเป็นเพื่อนจะเก็บไว้ล้อยันชาติหน้า
กอดก่อนอีก คือนี่บั่บ..หมอ ชอบก็บอกว่าชอบไม่ใช่ขอเบอร์ละไปกอดไปโอ๋เขา 
คุณยูสทัสคงไม่เล่าอะไรง่ายๆ แต่จากท่าทางก็เปิดใจเยอะละนะ
ป.ล.อ่านฟิคกี่เรื่่องๆคุณยูสทัสก็ชอบมีปัญหาครอบครัวโดยเฉพาะกับพ่อ โหวเฮ้งอีตาคนนี้มันลูกอกตัญญูขนาดนั้นเลยหรอ
บทห้า
ดอฟฟี่หวงน้องน่ารักดีนะคะ แต่พีคสุดบทนี้คือคุณโครา จริงๆแอบใส่ฟีลเตอร์เป็นพ่อแม่ลูกที่คุณแม่ป่วย ฮือออออออออออออออออออ
อ่านไปแอบได้พล็อตดอฟฟี่โคราอีก อารมณ์ละครเกาหลี(พี่ชาย ฉันหนาว)
ตอนโทรไปบอกคุณยูสทัสนี่ได้อารมณ์ คบกันแต่ป๋าไม่ชอบหน้าฝ่ายชาย ส่วนลูฟี่นี่รายการซ่อนชู้เต็มๆ
ชอบเวลาดอฟฟี่หวงลอว์นะคะ แต่ถ้ามีคุณโคราคอยห้ามจะน่ารักขึ้นร้อยเท่า ส่วนถ้าลูฟี่เป็นอะไรไป...จะแช่งให้หมอหนีตามผู้ชายไปเลย สาธุ
ป.ล.ล.มาเม้นฟิคเราด้วย ขอบคุณมากนะคะ

#1 By Lufe Lufe Lufe on 2015-06-01 21:51